ความฝัน เกิดจากอะไร

ความฝัน เกิดจากอะไร

admin No Comments

เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงจะไม่มีใครไม่เคยฝันกันใช่หรือไม่ ความฝันนั้นมักเกิดขึ้นเมื่อเรานอนหลับไปแล้วเท่านั้น ฟังดูแล้วก็เหมือนกับการจินตนาการในหัวหรือการเกิดภาพซ้อนอย่างที่ใครหลายคนเรียกมันว่า เดจาวู แต่ถึงอย่างนั้นนิยามของความฝันมันคนละแบบกับเดจาวูเลยก็ว่าได้ การเกิดเดจาวูจะเกิดขึ้นแค่บางครั้งและนานๆทีเท่านั้นหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยสำหรับบางคน

แต่เชื่อเถอะว่า ความฝัน น่าจะเกิดขึ้นกับทุกๆอย่างแน่นอน แล้วความฝันมันเกิดขึ้นได้ยังไงล่ะ มีใครพอจะทราบกันบ้างไหม ถ้าพูดตามความเชื่อของคนโบราณที่เล่าสู่กันฟังนั้นอาจจะมีความหมายว่า ใครสั่งคนมาเข้าฝันเรา คนตาย คนเป็นที่สามารถออกจากร่างได้ นี่เป็นความเชื่อที่ไม่ได้อาศัยหลักการใดๆ แต่ถ้าจะพูดในเชิงวิทยาศาสตร์ ความจริงแล้วนั้นก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันมาแต่ช้านานแล้ว จนในปัจจุบันด้วยเช่นกัน เพราะก็ยังสามารถอธิบายได้เหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว ความฝัน นั้นเกิดมาจากอะไร? เกิดมาจากสิ่งใด?

แต่ถ้าหากให้อธิบายตามหลักการที่มีทฤษฏีออกมา และคนส่วนมากนั้นนำมาพูดกัน จนทฤษฎีที่ว่านี้เหมือนจะได้รับการยอมรับมากที่สุดก็คือ ความฝัน นั้นเกิดมาจากจิตใต้สำนึก ที่มันอยู่ลึกๆในความรู้สึก ความคิดของเรา ที่เราอาจจะนึกถึงมันน้อยหรือไม่ได้นึกถึงมันเลย มันจะทำการปะทุเมื่อเราหลับ

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรานั้นหยุดพัก หยุดใช้ความคิดที่กำลังคิดในเรื่องปัจจุบัน เมื่อเราพักความคิดในเรื่องปัจจุบัน ความคิดที่มันถูกฝังอยู่ลึกในจิตใต้สำนึกจะปะทุออกมาให้เราคิดในยามที่เรานอนหลับ จึงเรียกว่า ความฝัน นั้นเอง หรือในอีกคำกล่าวที่ก็สามารถเอามาเถียงได้เช่นกัน เพราะในบางคนก็ไม่ได้ฝันเรื่องที่ไม่เคยคิด แต่เป็นการฝันเรื่องที่คิด

จากเดิมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อมันออกมาอยู่ในรูปแบบความฝันที่ภาพเสมือนจริงนั้น จึงได้นำสิ่งเหล่านี้มากล่าวว่า แท้จริงแล้วความฝันนั้นเกิดจากความคิดของเรานั้นเอง การที่เราสามารถฝันเรื่องที่เราคิดได้นั้นอาจจะเป็นเพราะ ความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัว ในเรื่องๆนั้น

ทำให้สามารถเก็บความคิดเหล่านั้นจากตอนที่ไม่ได้มาคิดต่อได้เมื่อยามหลับ ซึ่งมีการวิเคราะห์ออกมาในภายหลังอีกว่า คนเรานั้นสามารถควบคุมทิศทางเรื่องราวของความฝันได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ เพราะอาการหลับของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน บางคนหลับลึก บางคนหลับแต่ก็ยังรู้สึกตัว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า

ยังไม่สามารถหาความจริงของความฝันได้ และยังเป็นเรื่องที่ทำการพิสูจน์กันอยู่ ฉะนั้นแล้วในอนาคตเราอาจจะทราบกันได้แน่นอนว่าแท้จริงแล้ว ความฝัน เกิดจากอะไร

ส่องเห็นสิ่งแปลกประหลาดที่คาดว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว

admin No Comments

ถ้าเป็นแต่ก่อนการที่จะหาสิ่งมาพิสูจน์ว่ามนุษย์ต่างดาวมีชีวิตอยู่จริง หรือมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลกจริงๆนั้น จะต้องอาศัยหลักฐานอย่างภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ แต่เพราะหลักฐานเหล่านั้นมีผู้คนออกมากระจายข่าวมากมาย จนต้องมีการพิสูจน์ว่าหลักฐานเหล่านั้นเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ หลังจากทำการตรวจสอบแล้วพบว่าส่วนใหญ่เป็นปลอม

ที่ถูกตัดแต่งขึ้นมาด้วยโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่ยืนยันออกมาว่าเป็นภาพจริงหรือคลิปจริง การที่บอกว่าเป็นของจริงนั้นไม่ได้ยืนยัน100% ว่าสิ่งที่อยู่ในภาพเหล่านั้นจะเป็นของจริง จริงอยู่ที่ว่าภาพหรือคลิปพวกนั้นไม่ได้ผ่านการตัดต่อโดยใช้โปรแกรม

แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้เลยว่าสิ่งที่อยู่ในภาพนั้นเป็นวัตถุที่จัดฉากขึ้นมาเองหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าใครกำลังศึกษาเรื่องของมนุษย์ต่างหนาว อย่างแรกเลยคืออย่าปักใจเชื่อหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมด จะต้องหาหลักฐานทางด้านอื่นๆ และความน่าจะเป็นไปได้ด้วย เช่นเดียวกับสิ่งที่บทความนี้จำเสนอ คือหลักฐานที่ถูกอ้างว่า เป็นของจริงแน่นอน ไม่มีการตัดต่อ ไม่มีตัวแสดงหรือฉากประกอบ โดยหลักฐานแรกเป็นหลักฐานที่จากภาพถ่ายด้วยกล้องที่สามารถถ่ายได้ในระยะที่ใกล้มากถึงนอกโลก เป็นภาพถ่ายวัตถุเหมือนจานบิน

ที่เมื่อทำการขยายภาพเข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นว่ามีสิ่งที่กำลังอยู่ในจานบินลำนั้นที่รูปร่างเหมือนกับมนุษย์ 2 คนที่กำลังอยู่บนนั้นที่กำลังขับเคลื่อนจานบินลำนั้นอยู่ และอีกหนึ่งหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอ ด้วยกล้องส่องระยะไกลเช่นเดียวกัน ที่กำลังส่องตรวจสอบดวงอาทิตย์อยู่ก็ได้ให้สิ่งแปลกประหลาดเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ใกล้ๆกับดวงอาทิตย์ก่อนวัตถุจะหายไป เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อขยายเข้าไปเรื่อยๆทำให้เห็นว่าวัตถุนั้นกำลังดูดดึงพลาสม่าจากดวงอาทิตย์อยู่ ซึ่งในคลิปวิดีโอเห็นเป็นลำแสงดวงอาทิตย์ที่ถูกวัตถุแปลกประหลาดนั้นกำลังดึงไป

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าสิ่งนั้นคือ มนุษย์ต่างดาว ที่มาดึงดูดพลาสม่าจากดวงอาทิตย์ไปใช้เป็นพลังงานที่โลกของตัวเอง วิทยาการแบบนี้ทำให้หลายๆคนมีแนวคิดที่ว่าต้องเป็นมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอน เพราะการไปดึงพลาสม่าพลังงานจากดวงอาทิตย์นั้นเป็นวิทยาการที่มนุษย์ยังไม่สามารถทำได้

และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็มีเพียงแค่มนุษย์ต่างดาวที่อาจจะมีวิทยาการทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่ถึงอย่างไรนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบกับเรื่องการมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ เพียงแต่มีความคิดที่ว่าจักรวาลแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล หาที่สิ้นสุดไม่ได้ ในระยะทางแสนไกลที่มีดวงดาวอื่นมากมาย มันก็ไม่แน่เหมือนกันว่าโลกเราจะเป็นดวงดาวดวงเดียวที่มีสิ่งชีวิต

โลกไร้แรงดึงดูดจากดวงจันทร์

admin No Comments

ดวงจันทร์ถ้ามองในเวลากลางคืนที่รายรอบไปด้วยดวงดาวหลายล้านดวง เป็นสิ่งที่สวยมากเลยนะว่าไหม ซึ่งถือว่าเป็นฉากโรแมนติกสำหรับใครหลายๆคนใต้แสงจันทร์เลยก็ว่าได้ แต่อย่างที่ทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีว่าภายในความสวยเหล่านั้นที่เหล่ามองเห็นมันโดยมีระยะที่ไกลมากๆ หากได้ลองนั่งยานอวกาศขึ้นดูใกล้แล้วละก็จะเห็นได้ว่าดวงจันทร์ใจนั้นมีพื้นผิวที่ขรุขระมาก ลักษณะก็คือไร้ชั้นบรรยากาศ พื้นผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน ทุกคนๆอาจจะคิดว่าที่เรามองเห็นดวงจันทร์ได้นั้นเพราะว่าดวงจันทร์มีแสง

ต้องบอกก่อนเลยว่ายังมีหลายคนนั้นเข้าใจผิดอยู่ว่าดวงจันทร์สามารถส่องแสงได้ แต่แท้ที่จริงๆแล้วดวงจันทร์ไม่มีแสงสว่างเป็นของตนเอง แสงสว่างของดวงจันทร์ที่เราเห็นนั้นได้รับอิทธิพลมาจากดวงอาทิตย์ เพราะถ้าหากไม่มีดวงอาทิตย์เราก็ไม่สามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้ ไม่สามารถมองเห็นดวงดาวหลายพันล้านดวงที่อยู่บนท้องฟ้าได้ จะเห็นก็แต่ดวงดาวที่มันสามารถมีแสงเป็นของตัวมันเองได้เท่านั้น แล้วพวกคุณนั้นเคยคิดกันหรือไม่ว่า ถ้าหากว่าโลกของเรานั้นไม่มีดวงจันทร์จะเป็นอย่างไร หลายคนคงอาจจะไม่เห็นความสำคัญของดวงจันทร์สักเท่าไหร่

เมื่อทราบว่าแสงที่เห็นของดวงจันทร์ ยังต้องใช้แสงของดวงอาทิตย์เข้ามาช่วยเลย แล้วดวงจันทร์จะมีคุณค่าอย่างไร ถ้าไม่มีดวงจันทร์ก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอก และในบทความนี้เองเราจะมาพูดถึงการไม่มีดวงจันทร์แล้วโลกจะขาดแรงดึงดูด แน่นอนเลยว่าการที่คิดว่าโลกไม่มีดวงจันทร์คงจะไม่เป็นอะไรนั้น เป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะนั้นจะทำให้โลกขาดแรงดึงดูดจากดวงจันทร์ ผลกระทบที่ตามมาจากสาเหตุนี้ก็คือ ระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรจะสูงเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิตามมาอย่างรุนแรง พื้นที่ที่อยู่ใกล้บริเวณน้ำทะเลนั้นจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

น้ำในโลกของเรานั้นจะต้องอาศัยแรงดึงดูดของดวงจันทร์ เช่นนี้เราจึงมีปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง แต่เมื่อไม่มีดวงจันทร์แล้ว น้ำจึงดูดด้วยแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์แทนนั้นเอง ทฤษฎีตามแนวความคิดนี้นั้นมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นได้จริง หากมีข้อสงสัยว่าในเวลากลางวันทำไมถึงไม่เกิดสึนามิ นั้นเป็นเพราะว่าโลกเรายังมีดวงจันทร์โคจรอยู่นั้นเอง

ในเหตุการณ์ที่ได้กล่าวไปนั้นหมายถึงการที่โลกเราไม่มีดวงจันทร์โคจรอยู่เลย แต่ถึงอย่างไรถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริงก็คงอีกนาน ถึงเวลานั้นมนุษย์เราของจะมีเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาพร้อมที่จะเผชิญปัญหาอย่างแน่นอน

เมื่อโลกไม่มีดวงจันทร์ ภูมิอากาศจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

admin No Comments

ดวงจันทร์ถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามเลยทีเดียวเมื่อเรามองดูมันในระยะที่ไกล

จากพื้นโลกมองขึ้นไปยังท้องฟ้า หลายคนจะเห็นได้ว่าแสงจากดวงจันทร์นั้นสวยงามและสว่าง หากเราอยู่ในที่แสงเยอะเราอาจจะไม่รัยรู้ถึงแสงของมันหรอก แต่ถ้าหากเราอยู่ที่มืดสนิทไร้แสงไฟจากไฟฟ้าแล้วนั้น เราจะสามารถเห็นแสงจากดวงจันทร์สาดส่องลงมาได้ และเกิดเงาขึ้นขึ้นอีกด้วย เรื่องแสงของดวงจันทร์ยังมีคนที่ยังเข้าใจผิดใช่ไหมล่ะว่านั้นเป็นแสงจากดวงจันทร์ที่มันมีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นดวงจันทร์เป็นเคราะห์ที่ไม่มีแสงเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ที่เราเห็นว่ามันมีแสงและสว่างนั้นมันได้รับอิทธิพลจากแสงของดวงอาทิตย์ต่างหากล่ะ และความสวยงามของมันถ้าหากเราขึ้นยานบินอวกาศเดินทางออกสำรวจดวงจันทร์เราจะพบว่าพื้นผิวของดวงจันทร์นั้นมีความขรุขระมาก แต่ถึงอย่างไรแล้วดวงจันทร์ก็มีความสำคัญต่อโลกอยู่ไม่น้อยนะ

อย่างปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง ถ้าไม่มีดวงจันทร์ โลกจะได้แรงดึงดูดจากดวงหันไปใช้แรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์แทน น้ำจะไม่ลงในทางกลับกันยังเพิ่มขึ้นสูงจนเกิดเป็นสึนามิขนาดรุนแรงที่สามารถทำลายล้างได้เลย นอกจากจะมีผลต่อระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรแล้ว ยังจะทำให้โลกด้านที่เป็นเวลากลางคืนนั้นมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรเลยหากไม่มีแสงจากไฟฟ้า ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อโลก ถ้าหากว่าโลกเรานั้นไม่มีดวงจันทร์โคจรอยู่ จะทำให้อุณหภูมิ และสภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด

พื้นที่ที่อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรจะกลายเป็นเขตที่มีอากาศหนาว ในทางกลับกันอย่างขั้วโลกจะกลายเป็นเขตที่ร้อนมาก เพราะการไม่มีดวงจันทร์นั้นส่งผลให้แกนโลกเอียงว่าเดิมจากที่เป็นอยู่ ซึ่งแกนโลกจะเป็นตัวควบคุมฤดูกาล เป็นเช่นนี้แล้วฤดูกาล สภาพอากาศภายในโลกจะไม่เหมือนเดิม และส่งผลให้มนุษย์นั้นปรับสภาพไม่ทัน เพราะมนุษย์แต่พื้นที่นั้นมีความคุ้นชินกับสภาพแวดร้อนที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างจะแปรปรวนไปหมด โดยสรุปแล้วถึงแม้ว่าหลายๆคนอาจจะมองว่าดวงจันทร์นั้นไม่เห็นจะมีประโยชน์ต่อโลกเลย ขนาดแสงที่ส่องลงมาก็ยังเป็นแสงที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาให้ก็เท่านั้น

ทีนี้ก็รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าดวงจันทร์นั้นมีความสำคัญต่อโลกไม่น้อยเลย และมนุษย์เราในปัจจุบันคงจะไม่มีโอกาสได้อยู่ถึงวันที่ดวงจันทร์ให้ไปหรอก เพราะเหตุการณ์เหล่านี้คงจะเกิดขึ้นในอีกหลายพันล้านปีข้างหน้า ถึงตอนนั้นมนุษย์เราเองของมีการพัฒนาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทางธรรมชาติเหล่านี้

เรื่องจริงแอเรียที่ 51

admin No Comments

 หลายคนคงเคยสงสัยว่าแอเรียลที่ 51 นั้นมีอะไรอยู่ภายใน

เนื่องจากมันเป็นสถานที่ต้องห้ามที่ทางการของสหรัฐปกปิดข้อมูลและห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป และบางคนอาจจะพอทราบได้ว่าเหตุใดทางการณ์สหรัฐนั้นจำเป็นต้องปกปิดข้อมูล นั่นก็เป็นเพราะสถานที่แห่งนั้นอาจจะกำลังเก็บซากของเอเลี่ยนเอาไว้ เลยไม่อยากให้ใครได้รับรู้ แต่นั้นก็เพียงแค่ข้อสันนิฐาน ดังนั้นเรามาดู้อเท็จจริงของแอเรียที่ 51 กันดีกว่ามันมีเรื่องเป็นอย่างไรบ้างเท่าที่เราได้รู้

อับดับแรกที่แน่ๆมันเป็นสถานที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารของสหรัฐ ซึ่งที่ตั้งของเอเรียที่ 51 นั้น อยู่รัฐเนวาด้า และกินพื้นที่ถึง 11,735 ตารางกิโลเมตร ซึ่งสามาเหตุที่สร้างขึ้นมานั้น อาจจะเป็นเพพราะว่าตอนนั้นอยู่ในช่วงสงครามเย็น ดังนั้นสถานที่แห่งนี้ถึงได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำการทดลองวิจัย อาวุธและเทคโนโลยีของทางสหรัฐเอง แต่ว่าก็ยังมีบางส่วนที่ไม่เชื่อว่าสถานที่แห่งสร้างขึ้นมาเพื่อวิจัยและทดลองอาวุธเพียงเดียว แต่กลับสงสัยว่า สถานที่แห่งนี้กำลังได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีของต่างดาวที่ทางสหรัฐได้ทำการกู้สร้างซาก UFO ที่ตกได้ เมือง Roswell ในปี .. 1947 ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทางการได้ออกมาปฏิเสธว่ามันเป็นเพียงแค่บอลลูนอากาศที่ตกลงมาเท่านั้น

และอีกสิ่งหนึ่งที่เราสงสัยกันนั้นก็คือชื่อ ของเอเรียที่ 51 นั่นเอว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้สถานท่ีแห่งนี้ก็ไม่ได้ใช้ชื่อแอเรียที่ 51 เพียงชื่อเดียว เพราะตอนในช่วงสงครามเย็นนั้นได้มีการเรียกกันว่า Homey Airport หรือไม่ก็เรียกมันว่า Groom Lake แต่ความจริงแล้วก็ยังไม่มีใครหาที่มาที่ไปของสถานที่นี้ได้ ซึ่งทั้งหมดนั้นมาจากการสันนิฐานเอาเองเท่านั้น หรืออจจะเป็นเพราะพื้นที่แห่งนี้ได้แบ่งโซนพื้นที่ในการปฏิบัติงานต่างๆของคณะกรรมการพลังงานปรัมณู โดยพื้นที่ตางนี้ใกล้กับพื้นที่เขต 15 เลยเรียกจุดตรงนี้ว่าเป็น แอเรียที่ 51 อีกทฤษฏีนึงก็บอกว่า เป็นเพราะสหรัฐนั้นมีพื้นที่รัฐถึง 50 รัฐ และพื้นที่ตรงนี้นั้นเป็นพื้นที่ที่มีการปฏิบัติงานแบบพิเศษ จึงได้เพิ่มพื้นที่ที่ 51 คล้ายกับมามันเป็นรัฐพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 รัฐนั่นเอง แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวล นั่นก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิฐานเพียงเท่านั้น เพราะเรื่องทั้งหมดยังไม่ได้มีการรับรองแต่อย่างใด จนถึงทุกวันนี้ชื่อของมันก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ ซึ่งเราก็คงต้องรอการเปิดเผยในอนาคต

ด้วยความที่แอเรียที่ 51 นั้นเป็นสถานที่ลึกลับจึงทำให้การเดินทางเข้าไปโดยการบินนั้นค่อนข้างจะลึกลับ จากที่คนแถวนั้นสังเกตได้นั้นคือ บริเวณแห่งนี้มักะมีเที่ยวบินลึกลับที่คอยบินเหนือหลังคาบ้านพวกเขาในยามกลางคืน เพื่อเดินทางไปยังแอเรียที่ 51 ซึ่งคาดเดากันว่าอาจจะเป็นเที่ยวบินที่เอาไว้รับส่งเจ้าที่ที่ทำงานอยู่ภายในแอเรียที่ 51 เพราะว่าการเดินทางโดยวิธีอื่นนั้นค่อนข้างที่จพลำบาก และอาจจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยด้วย จึงทำให้มีเที่ยวบินปริศนาบินเข้าออกสถานที่แห่งนี้บ่อยๆ

และนี่ก็ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เราสามารถรับรู้ได้เกี่ยวกับสถานที่ลึกลับแห่งนี้ เพราะขนาดประธานาธิปบดีก็ยังไม่สามารถเข้าออกหรือสั่งการสถานที่แห่งนี้ 100% ดังนั้นมันจึงเป็นสถานที่ที่ลึกลับมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกของเรา

เรื่องจริง ความฝัน เดจาวู

admin No Comments

คุณเคยเห็นภาพทับซ้อนหรือไม่? อาจจะฟังดูงงๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราลองมาขยายความให้ฟังกันดีกว่า คุณเคยเห็นเหตุการณ์ซ้ำๆกันเกิดขึ้นกับตัวคุณเองหรือไม่ มันอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่คุณได้ทำด้วยตัวของคุณเองเลย หรือ จะเป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่เปรียบเสมือนว่าคุณได้เห็นมันมาก่อนหน้านี้แล้วในฐานะที่คุณเป็นผู้รับชม คุณเคยแปลกใจกับตัวเองหรือไม่ว่ามันคืออะไร สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ที่มันวิ่งเข้าในโสตประสาทของคุณให้รับรู้นี้มันคืออะไร เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันกลายเป็น เรื่องจริง ที่เป็นภาพเสมือนว่าคุณนั้นได้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อเหตุการณ์มันถูกฉายซ้ำตอนคุณได้ทำลงไปในขณะนั้น

แล้วภาพพวกนั้นมันมาจากไหน ความฝัน หรือเปล่านะ ไม่นะ ความฝันส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นเหตุการณ์จริงที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพราะตามทฤษฎีแล้วนั้นอธิบายได้ว่า ภาพในความฝันในขณะที่เรากำลังนอนนั้นเป็นเพียงความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนึกอันก้นบึ้งที่ฝั่งมันเอาไว้ในใจ หากให้พยายามนึกจิตใจสำนึกเหล่านี้จะมักจะนึกไม่ออก มันเลยผุดออกมาในรูปแบบของภาพในความฝัน แต่ก็แปลกเช่นกันที่บางทีเราก็สามารถจดจำความฝันของตัวเองได้ จึงเป็นสับสนที่ว่าภาพที่ทับซ้อนขึ้นมากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความจริงแล้วนั้นมันมาจากความฝันใช่หรือไม่

หลายคนก็ได้แย้งว่ามันไม่ใช่ความ แต่มันคือ เดจาวู ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราทำไปแล้วและเกิดขึ้นจริง อ่านประโยคนี้อาจจะต้องพิจารณากันอีกรอบนะว่า เราจะทำเหตุการณ์นั้นมาก่อนหน้าที่เราจะทำในเหตุการณ์จริงที่ผ่านมาอย่างไรกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำสิ่งเหล่านั้นมาก่อน ทฤษฎีเดจาวู อธิบายถึงมิติที่3 และมิติอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งนั้นหมายความเรามีโลกคู่ขนาด โลกคู่ขนานก็คือโลกอีกใบที่เราอีกคนอาศัยอยู่ในนั้น โลกคู่ขนานจะเป็นโลกทางเลือกที่ตรงข้ามกับเราโดยสิ้นเชิง สมมติว่า คุณกำลังจะเลือกซื้อตุ๊กตาระหว่างสีฟ้าและสีชมพู ตัวคุณโลกนี้ได้เลือกสีฟ้า แต่คุณที่อยู่ในโลกคู่ขนานจะเลือกสีชมพู แต่ถ้าหากคุณมีตัวเลือกมากกว่า 2 ตัวเลือก นั้นจะเท่ากับว่าคุณจะสามารถสร้างโลกคู่ขนานขึ้นมาได้มากกว่าหนึ่งโลก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์เดจาวูล่ะ เพราะโลกคู่ขนานถึงแม้ว่าตัวเลือกจะแตกต่างกัน แต่สถานการณ์นั้นจะไม่แตกต่างกัน ซึ่งแปลว่าในโลกขนานของคุณสักโลกนั้น

คุณในโลกขนานอาจจะได้เหตุการณ์นั้นไปก่อนหน้าคุณไปแล้ว จึงทำให้คุณรู้สึกว่าเมื่อทำเหตุการณ์นั้นซ้ำจะมีภาพทับซ้อนเข้ามา นั้นแหละเป็นสิ่งที่ตัวคุณในโลกคู่ขนานได้ทำไปก่อนแล้ว เพราะเป็นเหตุการณ์เดียวกันในบางครั้งจึงทำให้สามารถจูนเหตุการณ์กันได้ แต่ถึงอย่างไรแล้วเราก็ไม่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่าง100% แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียหน่อย

สัตว์เลี้ยงที่น่ารักอย่างสุนัข

admin No Comments

การวิจัยที่เกี่ยวกับสุนัข

แน่นอนว่าหลายๆบ้านมักจะต้องมีสัตว์เลี้ยงเอาไว้อย่างน้อยก็หลังคาเรือนละ 1 ชนิดซึ่งส่วนมากแล้วเราก็จะพบว่าเป็นสุนัขที่คนส่วนใหญ่ในหลายๆบ้านเลือกที่จะนำมาเลี้ยงกัน เหตุผลหนึ่งก็อาจจะมาจากเอาไว้แก้เหงา เอาไว้เป็นตัวช่วยในการเฝ้าบ้าน เลี้ยงเพราะรักใคร่เอ็นดู ต่างๆนานาแตกต่างกันออกไป แต่ทราบหรือไม่ว่าสุนัขที่เราเลี้ยงอยู่นั้นก็มีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพและอวัยวะในร่างกายของมันอีกด้วย

      ลักษณะทางกายภาพที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้สำหรับสนุขนั่นก็คือการที่สุนัขบ้านที่หลายๆคนเลี้ยงดูในบ้านกันอยู่ในทุกวันนี้นั้นมีกล้ามเนื้อพิเศษอยู่ ซึ่งกล้ามเนื้อพิเศษนี้อยู่ตรงบริเวณใบหน้าของพวกมันนั่นเองจากผลงานการวิจัยค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้พบว่าสุนัขทั้งหลายที่เราเลี้ยงดูอยู่ทุกวันนี้นั้นมีการใช้งานในส่วนของกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณใบหน้าโดยที่พวกมันมักจะมีการเลิกคิ้วขึ้นเพื่อที่จะแสดงออกซึ่งอารมณ์ผ่านทางสีหน้าของพวกมันนั่นก็เพื่อให้ออกมาดูเป็นลูกสุนัขที่น่าเอ็นดู ใช้ในการออดอ้อนให้มนุษย์อย่างเราให้เข้าไปหลงใหลเอ็นดูในความน่ารัก

ซึ่งก็เป็นผลเสียด้วยการหลอกล่อครั้งนี้สำเร็จแล้วเพราะแน่นอนว่ามนุษย์อย่างเราๆนั้นก็มักจะใจอ่อนให้กับสัตว์เลี้ยงน่ารักขี้อ้อนอย่างนี้อยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันทางฝั่งของนักวิจัยเองได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้ของเหล่าสุนัขหลังจากทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วว่าพวกเขากลับไม่ได้พบพฤติกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อในส่วนบริเวณใบหน้าในลักษณะดังกล่าวนี้กับพวกหมาป่าเลยซึ่งแน่นอนว่าหมาป่านั้นเป็นสัตว์บรรพบุรุษของสุนัขบ้านที่เราๆเลี้ยงกันอยู่ด้วย

และจากการที่ทางนักวิจัยนั้นได้ทำการศึกษาค้นคว้าและใช้ระยะเวลาในการสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้เองนั้นก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ออกมาจากข้อมูลที่ว่ามนุษย์นั้นได้มีวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขเช่นนี้สืบทอดกันมาอย่างเนิ่นนานกว่าพันปีแล้ว แล้วก็เป็นดังผลการวิจัยที่ออกมาตรงกับการตั้งข้อสันนิษฐานว่ามนุษย์อย่างเราๆนั้น

จะมีความรู้สึกชื่นชอบและพึงพอใจมากๆในเวลาที่สุนัขนั้นมีพฤติกรรมการแสดงออกทางสีหน้าด้วยการทำหน้าเศร้าให้มนุษย์เห็น ซึ่งการที่สุนัขนั้นได้แสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมาก็เพื่อที่จะได้ใช้เป็นตัวช่วยในการดึงดูดเอาความสนใจจากเรานั่นเอง ซึ่งทางนักวิจัยเองก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวของสุนัขว่าการที่พวกมันแสดงสีหน้าหรือมีการทำสีหน้าให้ดูเศร้านั้นสามารถที่จะช่วยให้เป็นการพัฒนาในส่วนของกล้ามเนื้อในบริเวณบนใบหน้าของพวกเขาได้ดีอีกด้วย

       และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากๆที่ทางนักวิจัยได้ทำการสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น จึงทำให้พวกเราได้รู้ว่าการที่เรารู้สักเอ็นดูและหลงใหลทุกครั้งที่ได้เห็นพฤติกรรมของสุนัขนั้นไม่เพียงแต่เป็นการอุปะทานทางความรู้สึกจากมนุษย์อย่างเราเพียงฝ่ายเดียว แต่นั่นเป็นเพราะสุนัขเองก็แสดงออกทางพฤติกรรมนี้เพื่อดึงดูดความสนใจจากมนุษย์อย่างเราด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามสุนัขนั้นถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของผู้เลี้ยงดูของพวกมันมาก เราเองก็ควรที่จะไม่ลืมใส่ใจดูแลเขาให้ดีด้วยเช่นกัน

วิทยาศาสตร์ : เทคโนโลยีชีวภาพ

admin No Comments

วิทยาศาสตร์ : เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นอย่างไรนะ

       ในโลกของเรานั้นต่างก็มีเทคโนโลยีดีๆที่เกิดขึ้นมาอย่างมากมายจากการคิดค้นเสาะหา และภูมิปัญญาของมนุษย์ที่มีความชาญฉลาดมากความสามารถ อีกทั้งยังมีความรอบรู้ในหลายๆแขนงของความรู้ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยทีเดียวเพราะการที่โลกของเรามีเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกๆคนได้นั่นเอง

โดยในแต่ละเทคโนโลยีก็มักจะมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างที่เราจะมานำเสนอในวันนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีมานานและน่าสนใจมากๆอีกด้วยนั่นก็คือเทคโนโลยีชีวภาพนั่นเอง

หากจะกล่าวถึงเรื่องของเทคโนโลยีชีวภาพ

สำหรับความหมายของเทคโนโลยีชีวภาพนั่นก็คือการที่ทางผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์เองได้มีการประยุกต์ใช้ความรู้ต่างๆทางวิทยาศาสตร์เพื่อทำการศึกษากับเหล่าสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งก็เพื่อที่จะให้เกิดเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับโลก และมนุษย์ที่ต่างก็อาศัยอยู่บนโลกนี้ด้วยกันโดยหลักการทางเทคโนโลยีชีวภาพนี้สามารถที่จำนำไปใช้ได้ทั้งกับสายการผลิตและในทางของกระบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกของเรานี้เลยก็ว่าได้

 

ทั้งนี้เองก็เพื่อให้เราทุกสามารถที่จะได้ใช้สอยประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้กันได้ตามที่ต้องการ แน่นอนว่าเทคโนโลยีชีวภาพนั้นสามารถเอื้อประโยชน์ได้มากกว่าที่หลายคนได้จินตนาการเอาไว้มากโดยจากเทคโนโลยีชีวภาพนี้เองมันสามารถที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆได้อย่างมากมายหลากหลายด้านด้วยกันหากจะยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือในด้านของการทำการทางเกษตร ด้านสายการอาหาร สิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวเรา

หรือแม้กระทั่งในด้านของฝั่งทางการแพทย์เองก็ด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าจากที่ยกตัวอย่างมานั้นล้วนเกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพนั้นได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์โดยตรงอย่างจริงจังมากๆ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยว่าการที่มนุษย์นั้นได้มีการประยุกต์เอาเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ต่างๆเข้ามาใช้ในการอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันนั้น ทั้งในระบบชีวภาพ สิ่งมีชีวิตต่างๆนั้นก็เพื่อที่จะได้มีการริเริ่ม หรือเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นในการสร้างสิ่งต่าง หรือแม้แต่การปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆรอบตัว

ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่ในกระบวนการต่างๆ

ก็ด้วยทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษย์โลกนั่นเอง ทุกสิ่งมีชีวิตที่อาศัยร่วมกันอยู่บนโลกใบนี้ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคน พืช หรือแม้กระทั้งสัตว์เองก็ตาม แน่นอนเลยว่าย่อมจะต้องมีกระบวนการในการเปลี่ยนแปลงที่สามารถที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้อยู่ตลอดช่วงเวลาในการดำรงชีวิต

ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสำหรับแต่ละชีวิตนั้นจะมีแหล่งอาศัยอยู่ในส่วนไหนของโลกบ้างซึ่งก็มีทั้งที่อาศัยอยู่ทั้งในน้ำและบนบก ที่สำคัญของทุกๆชีวิตคือจะต้องมีการปรับสภาพความเป็นอยู่ของตนเองให้สามารถที่จะเข้ากันได้ดีและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมรอบๆตัวให้ได้นั่นเอง

 

       สรุปก็คือสำหรับเทคโนโลยีชีวภาพนั้นถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญมากๆต่อเหล่าสิ่งมีชีวิตทุกๆชนิดบนโลกใบนี้ โดยการพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยหยุดนิ่งทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ต่อทุกคนทุกสิ่งมีชีวิตนั่นเอง อย่างไรก็ตามการที่เรามีเทคโนโลยีนี้ถือเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆด้วยเช่นกัน

ไทม์แมชชีนเป็นอย่างไร

admin No Comments

เราจะสามารถทางไทม์แมชชีนเดินทางข้ามเวลาได้จริงหรือไม่

จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ ที่มนุษย์เราจะสามารถสร้างเทคโนโลยีที่อัจฉริยะถึงขนาดนั้นได้อย่าง ไทม์แมชชีน ที่เอาไว้สำหรับการเดินทางข้ามมิติเวลา แค่คิดมันเกินความจริงไปมากแล้ว เพราะยังไม่มีใครเคยสร้างเครื่องหรือยานสำหรับการเดินทางสู่ห่วงเวลานั้นได้ เพราะนั้นถูกจำภาพมาจากภาพยนตร์ หรือ นวนิยาย ทางวิทยาศาสตร์มากเกินไปหรือป่าว เราจึงคิดว่าการเดินทางข้ามเวลาสามารถทำได้ และการสร้างอุปกรณ์ในการเดินทางข้ามเวลาอย่างไทม์แมชชีนสามารถเป็นไปได้ ตามหลักของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อที่ค้นพบทฤษฎีแนวคิดนี้อย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็ได้กล่าวว่า หากเราต้องการจะเดินทางข้ามเวลานั้น

เราจะต้องเดินทางให้แล้วกว่าความเร็วแสง ซึ่งตามหลักการนี้แล้วมันไม่มีเป็นไปได้อย่างแน่นอน ในปัจจุบันเราไม่สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีความเร็วมากกว่าความเร็วแสงได้ แล้วจริงหรือไม่ที่เมื่อเราออกไปนอกเพียงไม่นานแต่เมื่อกลับลงมายังโลกเราจะมีอายุเท่าเดิม แต่คนบนโลกบนจะมีอายุเพิ่มขึ้นถึง 10 ปี

ซึ่งตามหลักการนี้จะเท่ากับว่าผู้ที่เดินทางออกไป

นอกคือนักเดินทางข้ามเวลาและกลับลงมายังโลกที่เป็นอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้าในขณะที่เขาอายุเท่าเดิม แนวคิดนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริง100% ซึ่งนักบินอวกาศชาวรัสเซียเคยขึ้นไปสำรวจอวกาศแล้วกลับลงมา โดยที่ตั้งค่าเวลาให้ข้างนอกโลกเท่ากับโลก ปรากฏว่าการกลับมาของเข้านั้น เวลาที่อยู่บนเร็วกว่าเขาไป 2 วินาทีเท่านั้น ซึ่งนั้นก็ถือว่าเขาได้เดินทางข้ามเวลาแล้ว แต่การที่บอกว่าห่างกัน 10 ปีนั้นคงจะระยะเวลาที่มากเกินไป และแน่นอนว่าเรื่องยังคงได้ทำการพิสูจน์อยู่เสมอ และยากที่จะเชื่อว่าเราสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่ไอน์สไตน์ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น

นอกจากเราจะต้องเดินทางให้ไวความเร็วแสงแล้ว

เราจะต้องเดินทางผ่านรูหนอน ที่จะทำให้เราไปโผล่ในอีกมิติ เพราะรูหนอนคือช่องทางการบิดเบือนของเวลา ถ้าหากเราสามารถนำตัวเองออกจากรูหนอนได้ มิติอีกฝั่งก็เปรียบเสมือนโลกคู่ขนานซึ่งเราไม่อาจทราบว่าได้ว่าจะมีลักษณะเป็นอย่างไร แต่ถ้าให้พูดถึงการเดินทางข้ามเวลา การเดินทางข้ามไปยังอนาคตนั้นมีความเป็นไปได้มากกว่าการเดินทางย้อนเวลากลับไปอดีต

เพราะเราไม่สามารถลับไปอดีตหรือแก้ไขมันได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นได้ ก็เท่ากับว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ตัวเราจะไม่สามารถลับไปแก้อดีต เพราะหาแก้ได้ตัวเราในปัจจุบันจะรู้สึกอะไรเมื่อกลับมาปัจจุบันซึ่งมันเป็นตัวเรามาตลอดทั้งในอดีตและปัจจุบัน

การทดลองแบบวิทยาศาสตร์

admin No Comments

วิธีการทำสบู่เอามาปั้นดอกไม้  

วันนี้เราจะพาไปทำดอกไม้จากสบู่กัน ใกล้จะถึงวันวาเลนไทแล้วเราก็นึกว่าเราจะทำอะไรดีให้คนที่เรารักแต่ว่าจะไปซื้อดอกไม้ก็เดียวเหยี่ยวดังนั้นเรามาทำดอกไม้จากสบู่กันเพื่อที่อยู่ได้นานอีกอย่างมีคุณค่าทางใจเพราะว่าเรานั้นทำเองหรือว่าเรานั้นจะทำเอาไว้กราบไหว้พระก็ได้นะค่ะ อยู่ได้นานและมีกลิ่นหอมด้วย เราเริ่มทำส่วนผสมกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง 

อันดับแรกเราต้องเตรียม สบู่ มีน้ำเปล่า  กาว แป้งมัน สีผสมอาหาร และก็น้ำมันมะกอก และเตรียมกาลามัง

เริ่มจากเรานั้นหั่นสบู่ที่เรานั้นเอามาเตรียมไว้หั่นให้เป็นก้องเล็กๆ จากนั้นเราเอาไปปั่น ใช่ค่ะใส่เครื่องปั่น และเรานั้นเติมน้ำเปล่าลงเพื่อที่ให้ละเอียด เราก็ปั่นจนได้เนื้อเดียวกันแล้ว  จากนั้นเรานำไปต้มจนเดือด พอเราต้มจนเดือดแล้ว เราใส่แป้งมันลงไป ค่อยๆใส่เราก็กะเอา พอเราใส่ไปแล้วก็คนให้เข้ากันจากนั้นเราก็พักทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้เย็นลง แล้วเรานั้นนวดแป้งไปโดยที่เรานั้นใส่สีผสมอาหารลงไปเพื่อที่เรานวดไปแล้วแล้วใส่สีผสมอาหารเพื่อที่สีกับแป้งจะได้เป็นเนื้อเดียวกัน

ในระหว่างนั้น ที่เรานวดนั้น เราก็ใส่น้ำมันมะกอดลงไปค่อยๆใส่ไปทีละนิด เพื่อที่เรานั้นนวดไปจะได้ไม่ติดมือ หลังนั้นเราก็นวดให้แป้งนั้นเข้าที่นวดไปจนที่เรานั้นได้แป้งที่เราต้องการค่ะ เห็นไหมค่ะว่าไม่อยากเกิน ที่เรานั้นจะทำเพื่อคนที่เรารักหรือว่าเรานั้นจะไปกราบไหว้พระก็ได้ จากนั้นเราก็เริ่มที่เราปั้นให้เกสรก่อนคือปั้นให้เป็นรูปทรงหยดน้ำแล้วเราก็เอาไปเสียบกับไม้แหลมที่เรานั้นเตรียมไว

จากนั้นเราก็เริ่มปั้นกลับปั้นให้ก้อนกลมๆ

แล้วเราก็บีบให้แบบแล้วเอาช่วงปลายนั้นให้แหลม แล้วเราก็เอาไปใส่ในเกสรที่เรานั้นทำไว้ ทำแบบนี้จนชนครบรอบ หลังจากที่เรานั้นทำจนรอบแล้วแต่ว่าชั้นเดียวไม่สวยเราต้องทำแบบเดิมทำจนที่ถูกใจเราแล้วก็พอ จากนั้นเราก็เอากระดาษที่พันก้านมาพันที่ก้านไม้แล้วเราก็ใส่ใบให้ดูสวยงาม หลังจากที่เรานั้นทำเสร็จแล้วหนึ่งดอกเราต้องการดอกไม้กี่ดอกก็อยู่ที่เรานั้นทำ

หรือว่าเราจะทำแค่ดอกเดียวแล้วแต่จากนั้นเราก็นำมาใส่ขวดที่เรานั้นเลือกเอาไว้สวย ๆ เก๋ๆเดี๋ยวนี้มีเยอะ มีให้เรานั้นเลือกเยอะเลย จากนั้นเราก็เอาดอกไม้ที่เราทำจากสบู่แล้วก็จัดตบแต่งให้สวยงาม