รัฐบาลสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา

admin No Comments

ในช่วงเวลานี้ หลายๆ คนก็คงจะอยู่บ้านกันเนื่องจากว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นมา และคงไม่มีใครในที่นี้ที่ไม่รู้จัก ไวรัสโคโรน่า COVID-19 เพราะว่ามันเป็นโรคระบาดที่น่ากลัวเอามากๆ ในขณะนี้ ถ้าหากจะถามถึงแห่งที่มาทุกคนก็จะรู้กันดีว่ามันเริ่มต้นมาจากประเทศอะไร คำตอบคือประเทศจีนนั้นเอง และหลังจากที่โรคนี้ได้มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกนั้น ก็ได้มีทฤษฏีสมคบคิดมากมายเกิดขึ้นมา และในวันนี้เราจะมาพูดถึง หนึ่งในทฤษฏีสมคบคิดทั้งหมดที่เคยได้มีออกมาให้เราได้ยินกันบ้างในช่วงนี้

เมื่อเห็นหัวข้อแล้วหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเกี่ยวอะไรกับเรื่องไวรัสตัวใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าไวรัสตัวใหม่นี้มันคืออะไร  COVID-19 คือชื่ออย่างเป็นทางการของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ คนส่วนใหญ่เลยเชื่อว่า  COVID-19 ปรากฏตัวครั้งแรกเลยในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน

ที่ตลาดในเมืองอู่ฮั่นของจีนมันเป็นแหล่งขายอาหารทะเล สัตว์ป่า และสัตว์ต่างถิ่นต่างๆ อย่างไรก็ตามนักทฤษฏีสมคบคิดบางคนไม่เชื่อเรื่องนี้ พวกเขาบอกว่ามันเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงอีกเรื่องที่มีคนสร้าง  เพื่อที่จะปกปิดต้นต่อของต้นกำเนิดที่แท้จริง ของไวรัสตัวนี้           มีข่าวลือว่ารัฐบาลสหรัฐ ได้สร้างไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่นี้ขึ้นมา

โดยการพูดถึงในครั้งนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยเครือข่าวโทรทรรศ์ระดับชาติจากรัฐเซีย ในช่องชื่อว่า One Russia ในระหว่างการออกอากาสข่าวสน ในระหว่างรายการข่าวภาคค่ำ โดยผู้ที่นำเสนอข่าวได้กล่าวว่า   รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้สร้างไวรัส     COVID-19 ขึ้นมา โดยมีหน่วยงานข่าวกรอง หรือไม่ก็อาจจะเป็นบริษทเวชภัณฑ์ของสหรัฐ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และได้ดำเนินการทดลองในจอเจีย

โดยที่มีเป้าหมายเพื่อที่จะทำลายเศษรฐิจของประเทศจีนที่กำลังเติบโตเป็นอย่างมากในขณะนั้น เพื่อที่จะลดความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศลง อีกทั้งผู้ที่นำเสนอข่าวนี้ยังได้กล่าวอีกว่า รัฐบาลสหรัฐอาจจะสร้าง  COVID-19 ขึ้นมา เพื่อที่จะทำกำไรจากการสร้างวัคซีนป้องกันและขายวัคซียให้กับรัฐบาลจีน

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่ว่ารัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ที่สร้างไวรัสตัวนี้ขึ้นมาเราเองก้ไม่อาจจะรู้ได้  แต่สถานะการของการแพร่ระบาดในตอนนี้ก้ยังคงไม่ดีขึ้นเลย สิ่งที่เราทุกคนควรจะทำนั้นก็คือดูแลรักษาความสะอาดเรื่องต่างๆ เพื่อที่จะให้โรคร้ายนี้หายไปจากโลกของเราเร็วๆ บางคนตั้งข้อสังเกตว่า การเกิดโรคระบาดใน ครั้งนี้ เป็นผลพวง ของนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการผลิตอาวุธเข้ามา ต่อสู่ในสงครามครั้งใหม่ ก็เป็นไปได้

 

สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลูกค้าลองเข้าผ่านลิ้งนี้นะค่ะ

เนบิวลาหัวม้าอันสวยงามแห่งอาณาจักร Alnitak

admin No Comments

จักรวารนั้นกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสิ่งที่เราไม่อาจจะคาดการณ์มากมาย แน่นอนว่าจักรวารไม่ได้  มีความกว้างใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มันยังเต็มไปด้วยสิ่งที่น่ากว่าต่างๆ มากมาย ความน่ากลัวของมันก็คือเราไม่สามารถที่น่ารู้ได้เลยว่าถ้าหากเราได้เป็นคนที่ได้ออกไปศึกษาเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับมันเราจะเจออะไรบ้าง แต่ในความน่ากลัวของมันก็เต็มไปด้วยสิ่งที่สวยงามต่างๆ มากมายเช่นเดียวกัน สิ่งที่น่ากลัวก็มันจะมาพร้อมกับความสวยงานที่ซ้อนตัวอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าคำพูดนี้จะจริงหรือไม่

สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงกันต่อไปนี้นั้นก็คือ เรื่องราวที่เกี่ยวกับเนบิวลา ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเนบิวลาคืออะไร เนบิวลานั้นก็คือกลุ่มของเมฆหมอกของฝุ่น แก๊ส และพลาสมา ที่มีอยู่ในอวกาศ ซึ่งเนบิวลานั้นสามารถที่จะแบ่งออกให้เป็นหลายประเภทด้วยกันได้ และเราก็สามารถจำแนกประเภทของมันได้ตามลักษณะของความส่องสว่าง ก็จะมีทั้ง เนบิวลาสว่าง เนบิวลาดาวเคราะห์ ซากซูปเปอร์โนวา เนบิวลามืด

ซึ่งเนบิวลเหล่าก็จะมีลักษณะและสีสันที่แตกต่างกันไป สำหรับเนบิวลาแล้วมันถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดในจักรวารของเราเลยก็ว่าได้ เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็คงจะเป็นเพราะสีสันต่างๆ ของมัน ซึ่งเนบิวลาที่เราจะพูดถึงเนบิวลามืดหัวม้า ซึ่งมันเป็นเนบิวลามืดมันตัดกับฉากเรืองแสงรองของสีชมพู่สวยงาม ของ Emission Ncbula IC-434

โดยมีดาวฤกษ์ที่สว่างจ้าคือ Alnitak  ซึ่งมันเป็นหนึ่งในดาวสามดวงแห่งเข็มขัดนายพราน แน่นอนว่าเรื่องราวของเนบิวลาในจักรวารมีมากมาย ซึ่งเราไม่สามารถที่จะนำมาพูดได้ทั้งหมด และนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น การศึกษา  เรื่องราวเกี่ยวกับเนบิวลาถือว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจะมันจะมีหลายประเภทให้เราได้เลือกศึกษาแล้ว

  เรื่องราวที่เกี่ยวลักษณะ สีสัน การเกิดของมันยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจอีกด้วย เชื่อได้เลยว่าถ้าหากเราได้ลองไปศึกษาเกี่ยวกับมันเต็มตัว คุณอาจจะไม่สามารถออกจากสิ่งที่กำลังทำอยู่เลยก็ว่าได้ จักรวารถึงแม้ว่ามันเต็มไปด้วยสิ่งที่น่ากลัว และอันตรายต่างๆ แต่ในความที่มันน่ากลัว และอันตรายนี้ มันก็ยังได้ซ้อนสิ่งที่สวยงามไว้มากมายเช่นเดียวกัน

แต่แล้วสุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับจักรวารถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะมันจะทำให้เรารู้ว่านอกจากโลกของเราที่เป็นแบบนี้แล้ว ดาวต่างๆ ในจักรวารนั้นจะแตกต่างออกไปหรือไม่

 

 

ขอบคุณ   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง  ที่ให้การสนับสนุน

แอโนไอซ์

admin No Comments

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมารอบๆ ตัวของเรา แต่เรานั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร อันตรายหรือไม่ สามารถเอามาทำเป็นอันนี้ได้ไหม  ทำเป็นอันได้ไหม แน่นอนว่าตอนแรกเราไม่รู้ถ้าหากว่าไม่ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมันมาก่อน อาจจะสอบถามจากผู้รู้หรือว่าผู้มีประสบการณ์ และผู้ที่มีประสบการณ์ละเขาเรียนรู้มาจากอะไร แน่นอนว่าบางที่ผู้รู้หรือว่าผู้มีเป็นไปได้

และสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราหายสงสัยเลยก็คือ การทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อาจจะแปลกใหม่ที่เราไม่เคยเห้น หรือเคยเห็นมาแล้วก็ตาม หลายๆ สิ่งเหล่าการทดลองทางวิทยาศาสตร์สามารถหาคำตอบให้กับเราได้

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอคายามา ในประเทศญี่ปุ่นได้ใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ของแบบจำลองของน้ำแข็ง ที่มีโครงสร้างโมเลกุลรูปแบบใหม่หรือแอโรไอซ์ โดยการที่มันมีอากาศแทรกอยู่ในผลึกของน้ำแข็งชนิดนี้ มากกว่าโมเลกุลที่เป็นโครงสร้าง จนทำให้ได้ชื่อว่าเป็นน้ำในสถานะที่เบาที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้

ได้มีการเผยแพร่การค้นพบดังกล่าวนี้ในวาระสาร The Journal of  Chemical Physics โดยที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้มีการระบุเอาไว้ว่า แอโรไอซ์จะเป็นน้ำแข็งชนิดที่ 18 จากเดิมทีที่มีอยู่แล้ว 17 ชนิด ซึ่งแอโรไอซ์ที่ว่านี้มันจะสามารถเกิดขึ้นได้ในภาวะที่มีความดันเป็นลบอย่างสูง  และจะมีความเสถียรภาพ   ที่อุณหภูมิของมันใกล้ 0 เคลวิน รวมทั้งมันยังมีผลึกที่มีความหนาแน่ต่ำที่สุดในบรรดาผลึกของน้ำแข็งทั้งหมดอีกด้วย

นักวิทยาศาสตร์นั้นสามารถทำนายถึงการมีอยู่ของแอโรไอซ์ได้ โดยการทดลองนำเอาข้อมูลโครงสร้างโมเลกุลของน้ำแข็ง Zeolithic ซึ่งเป็นน้ำแข็งสังเคราะห์ที่มีน้ำหนังเบามาเข้าแบบจำลองคอมพิวเตอร์ และได้ทดลองปรับโครงสร้างโมเลกุลให้มันมีน้ำหนังที่เบายิ่งขึ้นไปอีก

และก็พบว่าได้โครงสร้างโมเลกุลของน้ำแข็งที่เป็นไปได้มากถึง 300 แบบ แต่รูปแบบที่คำนวณแล้วมีความเสถียรภาพสูงสุดก็คือ แอโรไอซ์ โดยโมเลกุลรูป 6 เหลี่ยมจะมีแขนค้ำยัน ระหว่างชั้นที่ซ้อนกันคล้ายกับเสาสูงที่ค้ำอาคารที่แยกพื้นกับเพดานให้ออกห่างจากกันนั้นเอง 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม น้ำแข็งนั้น  เป็นสิ่งที่เองก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเราเห็นกันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แต่คงจะไม่มีใครที่นึกถึงว่ามันจะแบ่งออกได้เป็นหลายชนิดขนาดนี้  เพราะแบบนี้มนุษย์จึงต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา  เพราะแม้แต่สิ่งที่เราคิดว่าเรารู้จักมันดีแล้ว แต่ความจริงเราอาจจะไม่ได้รู้จักมันเลยด้วยซ้ำก็เป็นได้ ดังนั่นทุกสิ่งจึงเป็นการศึกษาตลอดช่วงชีวิตที่มีอยู่

 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

การสลายตัวของสูญญากาศ

admin No Comments

มนุษย์อย่างเราๆ นั้นมีอายุขัย  เมื่อถึงเวลาก็ต้องจากคนที่รักไป เช่นเดียวกับดาวฤกษ์มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องแปลกสำหรับใครหลายๆ คน ที่ไม่แค่ได้ยินมาก่อน ใช่ดาวฤกษ์ที่ว่านั้นก็เป็นดาวที่มีแสงสว่าง      ในตัวเอง อย่างดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุดนั้นก็คือดวงอาทิตย์นั้น เมื่อถึงวันที่มันต้องระเบิดทำลายตัวเองนั้นบอกได้เลยว่าไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตบนโลกที่จะสูญพันธ์ไป แต่นั้นมันอาจจะหมานยถึงโลกของเราก็อาาจะเหลือแต่ชื่อก็เป็นไปได้

ดาวต่างๆ ในจักรวารนั้นอยู่ในแวดล้อมของสิ่งที่เรียกว่า สูญญากาศ และโลกของเรานั้นก็จะถูกผลักขึ้นโดยสูญญากาศ อย่างไรก็ตามสูญญากาศเหล่านี้  บางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นสูญญากาศที่แท้จริง และ            ถ้าหากว่าสูญญากาศของจักรวารเป็นสูญญากาศลวง  มันอาจจะเกิดความไม่เสถียร หรืออาจจะอยู่ในสถานะกึ่งเสถียร หากว่าจักรวารของเราอยู่ในสูญญากาศลวง

และถ้าต้องเกิดเหตุการณ์ที่มีพลังงานสูงใดๆ เช่น     การระเบิดของดวงดาว มันอาจจะทำให้ส่วนหนึ่ง ของจักรวารของเรา จะต้องต่อสู้กับสูญญากาศที่แท้จริงของจักรวารที่อยู่ติดกัน ซึ่งมันจะสร้างฟองที่จะขยายตัวด้วยความเร็วแสงและดูดกลืนทั้งจักรวารเข้าไปดังนั้นแล้วโลกของเราอยู่ในสูญญากาศลวงหรือไม่นั้น 

สิ่งนี้มันก็ยังคงไม่แน่นอนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการที่จะต้องทำงานเกี่ยวกับการวัดค่าต่างๆ  ของอนุภาคฮีกส์โบซอนนั้นได้บ่งชี้ว่าสูญญากาศสามารถกระจายได้ และเป็นที่คาดการณ์เอาไว้ว่าถ้าหากโลกของเราถูกดูดเข้าไปในนั้น แท้จริงเราทุกคนจะถูกทำลายในทันทีโดยที่ไม่มีใครสามารถช่วยใครได้เลย 

และเมื่อกำแพงฟองที่ถูกสร้างขึ้นมามันเคลื่อนที่ผ่านกาแล็กซี่ของเราด้วยความเร็วแสงก็จะไม่มีสิ่งรอดชีวิต  แต่นี้นั้นก็อาจจะไม่ใช่ข่าวร้ายทั้งหมดเพราะอายุการใช้งานสูญญากาศลวงของเอกพบนั้นมีความยาวเป็นพิเศษ  ดังนั้นเราอาจจะไม่เป็นอะไร และถึงแม้ว่าเราทุกคนจะต้องถูกดูดเข้าไปจริงๆ เหตุการณ์นี้มันจะเกิดขึ้นเร็วมาก จนเราสามารถรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นแล้วเราไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล  อย่างไรก็ตามแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงข้อสงสัย ว่าโลกของเราอยู่ในสูญญากาศลวงหรือไม่ อย่างได้กังวลอะไร เพราะสุดท้ายแล้วคึนเราเกิดมาก็ต้องตาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน      ก็ตาม และถึงแม้ว่าสิ่งนี้มันจะเป็นเรื่องจริง  แต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากอยู่ดีนอกเสียจากว่าทำใจ   ยอมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น  เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่เกิดกว่าที่เราจะสามารถหลีเลี้ยง หรือห้ามไม่ให้มันเกิดได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ufabet เว็บแม่

ดาวหาง 83D/Russell

admin No Comments

ในตอนนี้นั้นโลกของเราได้มีการพัฒนาไปไกลเป็นอย่างมาก    จนในบางทีเราเองก็ตามมันไม่ทัน แต่ว่าต่อให้มันจะพัฒนาก้าวหน้าไปมากมายแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนไปเลยก็คง จะเป็นโลก เพราะยังไงเราก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนมันได้  ถึงแม้ว่าภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนไป

แต่สิ่งที่มันไม่เปลี่ยนก็คือมันยังคงเป็นโลก ที่มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย และถ้ามันจะเปลี่ยนไปในตอนนี้สิ่งที่ทำให้มันไม่เหมือนเดิม ก็คงจะเป็นจากมนุษย์อย่างเราๆ นั้นเอง 

โลกของเราเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ในจักรวารแห่งนี้เท่านั้น เพราะนอกจากโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์แล้ว ยังมีสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย ที่เราเองก้ยังไม่รู้เช่นเดียวกัน เรืื่องของดาวหาง หลายคนเคยได้ยิน แต่ไม่มีใครสนใจว่าแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ ดาวหาง 83D/Russell ซึ่งก่อนที่มันจะเป็นชื่อนี้มัน    มีชื่อว่า 83P/Russell มันถูกค้นพบโดย Kenneth S. Russell เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน  ปี1979

และมันก็ยังคงปรากฏให้เราได้เห็นกันไปจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม ในปีเดียวกัน ซึ่งก็ได้มีการคำนวณวงโคจรของมัน และ  ยังพิจารณาว่ามันจะกลับมาทุกๆ 7.43 ปี แต่ถ้าว่า Daniel W.E. Green ได้ตอบโต้สิ่งนี้ เมื่อเขาได้คำนวณแล้วว่าดาวหางจะกลับมาในเวลา 6.13 ปี  Green พูดถูกดาวหางดวงนี้กลับมาอีกครั้งในเดือน เมษายน ปี 1985

และมันก็ถูกพบครั้งแรกโดย J.Gibson ในวันที่ 9 เมษายน และมันก็ถูกพบไปจนถึงวันที่ 27 มิถุนายนซึ่งหลังจากนั้นดาวหาง 83D/Russell ดวงนี้ ก็ได้มีการโครจรเข้าไปไกลกับดาวพฤหัสบดีมากเกินไปแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดี จึงได้ทำการเปลี่ยนวงโคจรของมัน  และเพิ่มระยะห่างของมันจากดวงอาทิตย์ จาก 1.61 เป็น 2.18

หน่วยดาราศาสตร์ ในเวลนั้นเองนักดาราศาสตร์ได้ทีการทำนายว่า  การเปลี่ยนแปลงอาจจะทำให้  ดาวหางดวงนี้หายไป แต่คาดว่าดาวหาง 83D/Russell จะกลับมาอีกครั้งใน    ปี 1991 และปี 1998 แต่ว่าเงื่อนไงก็ไม่เอื้อต่อการสังเกตเห็น  ซึ่งก็ได้คาดว่าปี 2006 จะมีเงื่อนไขที่ดีกว่า เพื่อเอื้อต่อการสังเกตเห็นมัน  แต่ก็ไม่มีใครเห็นดาวหางดวงนี้ ดังนั้นมันจึงได้มีการถูกระบบุว่าเป็นหนึ่ง     ในดาวหางทั้งหมดที่หายไป 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับดาวหางที่เคยปรากฏตัวขึ้นมาให้เราได้เห็นกันช่วงเวลาหนึ่ง และก็หายไป ยังมีอีกมากมายไม่ได้มีแค่ดาวหาง  83D/Russell เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และ      ถ้าหากว่าทุกคนหันมาสนใจเรื่องที่เกี่ยวกับจักรวารมากขึ้น  ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเอามากๆ เลยก็ว่าได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet

ดาวหางกลางวันใหญ่ ปี 1910

admin No Comments

คนบางคน เรื่องราวบางเรื่องราว เกินขึ้นมา หรือผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา เพียงเพื่อให้เราได้รู้จัก และได้เรียนรู้กับเราตลอเพียงเท่านั้น แล้วเขาก็หายไป ไม่ได้มาอยู่กับเราตลอด อย่างที่บอกว่าชีวิตของเรานั้นต้องเกิดการเรียนรู้ถึงจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคนที่โหดร้ายได้ เพราะถ้าหากว่าชีวิตไม่เกิดการเรียนรู้

เมื่อเจอสังคมจริงๆ เราก็ไม่สามารถที่จะรับมือและแก้ไขกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ เช่นเดียวกับเรื่องที่เรากำลังจะได้มีการพูดถึงต่อไปนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัตถนิดหนึ่งที่อยู่บนท้องฟ้ามันเคยมาปรากฏในเรา       ได้เห็นและมันก็หายไปเหมือนกับที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น

ในส่วนของวัตถุบนท้อฟ้า หรือเรื่องราว ที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้นั้นก็คือ เรื่องราวของดาวหางที่มีชื่อตามชื่อเรื่องของเราเลย ในเดือนมกราคม ในปี 1910 เหล่านักดูดาวต่างกระวนวนกระวายใจเป็นอย่างมาก สำหรับการรอคอยการมาถึงของดาวหาง Hallet’s ที่ด่งดัง แต่ถ้าว่าก้ได้มีดาวหางโนเนมดวงหนึ่งที่อยู่นอกสายตา ที่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาบนท้องฟ้า ซึ่งดาวหางดวงนี้ถูกเรียกว่าดาวหางกลางวันใหญ่ ปี 1910     

และที่มาของชื่อดาวหางกลางวันใหญ่นี้   ก็มาจากความสว่างที่มีอยู่มากมาย จนสามารถมองเห้นได้อย่างชัดเจนบนท้องฟ้า แม้แต่ในเวลากลางวันเราก็สามารถมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ ซึ่งความสว่างของมันนั้น     มีมากกว่าดาวศุกร์ถึง 5 เท่ากันเลยทีเดียว เชื่อกันว่านักดูดาวบางคนในแอฟริกาใต้ ได้เห็นดาวหางกลางวันใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 มกราคม ปี 1910 

จนกระทั้งในไม่ช้าดาวหางกลางวันใหญ่ดวงนี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ประกอบการที่ชาญฉลาดได้ทำการ จัดงานปาร์ตี้  สำหรับการดูดาวหางสำหรับคนที่อยากรู้อยากเห็น ซึ่งดาวหางกลางวันใหญ่ดวงนี้ก็ยังคงปรากกให้ได้เห็นชัดเจนก่อนที่มันจะหายไป ในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ในปีเดียวกัน  อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกี่ยวกับดาวหางที่มีอยู่ในระบบสุริยะของเรายังมีอีกมากมาย

ที่เราไม่ได้มีการหยิบยกเอามาพูดถึง ซึ่งถ้าใครสนใจที่จะศึกษาต่อเกี่ยวกับ     ดาวหางที่อยู่ในระบบสุริยะของเราก้ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไร เพราะในยุคนี้สมัยนี้เราสามารถที่จะศึกษาและหาข้อมูลในเรื่องที่เราอยากรู้ได้ง่ายๆ ผ่านทางอิเตอร์เน็ต และแน่นอนว่าเมื่อคุณได้ลองศึกษาแล้วคุณอาจ        

จะอยากศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวกับจักรวารเรื่องอื่นๆ ด้วยก็เป็นได้  เพราะถ้าคุณจะสนใจหรือศึกษาเรื่องอะไร  ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะความรู้ความสามารถเพิ่มได้ตลอดเวลา  โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องรอเรียน           ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

สนับสนุนโดย     สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ดาวหางใหญ่ ปี 1264

admin No Comments

ทางช้างเผือก นั้นแน่นอนว่าหลายๆ คน  แค่จะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว จากหนังดังเรื่องหนึ่ง แน่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดเกี่ยวกับ เรื่องของหนังหรือว่าอะไรหรอกนะ แต่วันนี้เราจะพูดเกี่ยวกับ เรื่องของจักรวาร    ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้มาก่อน แย่างที่บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจักรวารนั้นมีมากมาย

จนเราไม่สามารถ    ที่จะนำมาพูดในวันเดียวแล้วจบ ซึ่งบางเรื่องถ้าหากว่าพูดไปแล้วมีคนไม่เข้าใจก็จะต้องใช้เวลาในการอธิบายพอสมควร แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ยากและไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้เลย

ในวันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับดาวห่างดวงหนึ่ง  ที่น้อยคนนักจะเคยได้ยิน นั้นก็คือดาวหางใหญ่ปี 1264 ดาวหางดวงนี้ได้ปรากฏบนท้องฟ้า ระหว่างเดือนกรกฎาคมและตุลาคมปี 1264 มันสามารถที่จะมองเห็นได้ตลอดทั้งวัน  แต่จะสามารถงมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วงเช้าตรู่ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น ซึ่งมันได้โคจรมาถึง ในช่วงเวลาที่ดาวหางถูกมองว่าเป็นลางร้าย

ในส่วนความเชื่อของลางร้ายนั้นได้รับการส่งเสริมให้มีความเชื่อมากขึ้นเมื่อ Pope Urban IV ได้เกิดการล้มป่วย ในเวลาที่ดาวหวงที่ว่านี้ปรากฏตัวขึ้นคั้งแรก จนกระPope Urban IV ได้เสียชีวิตลง ในวันที่สาม ตุลาคม ปี 1264 ซึ่งวัวหางที่ว่านี้ถูกพบ

และนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ดาวหางที่ว่านี้ถูกพบ และนั้นก็เป็นเหตุที่ทำให้ชาวโลกเชื่อกันว่าดาวหางได้เอาชีวิตของ  Pope Urban IV ไปเสียแล้ว จนกระทั้งที่ในเวลาต่อมาดาวหางที่มีความสว่างคล้ายๆ กัน ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับ ในปี 1556 และมันก็ได้ถูกเรียกว่าดาวห่างใหญ่ปี 1556 

จนกระทั้งในปี 1778 Alexandre Guy Pingre นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศษ เขาได้อ้างว่าดาวห่างใหญ่ ปี1264 นั้นเป็นดาวหางดวงเดียวกันกับดาวหางใหญ่ปี 1556 โดยที่เขาได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าดาวหางใหญ่ดวงนี้นั้น  จะกลับมาปรากฏให้เราได้เห็นกันในทุกๆ 292 ปี และได้มีการคาดการณ์เอาไว้อีกว่ามันจะกลับมาอีกครั้ง ในปี 1848

แต่ถ้าว่าดาวหางใหญ่    ดวงนี้ก็ไม่ได้กลับมา และถ้าหากว่าเรายึดตามการคำนาณของนักดาราศาสตร์ที่ว่านี้  ดาวหางใหญ่ดวงนี้คงจะกลับมาอีกครั้ง ในปี2140 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม  ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าว่าสิ่งที่เราได้กล่าวไปนั้นจะเกิดขึ้นจริงๆ 

สุดท้ายนี้เรื่องราวที่เกี่ยวกับดาวหางที่หายไป  และกลับมาปรากฏให้เราได้เห็นอีกนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ดวงนี้เพียงดวงเดียว แต่มันยังมีอีกมากมาย   จนเราไม่สามารถที่จะคาดการณ์ได้เลย และเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกเอามากๆ เลยก็ว่าได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   gclub ฟรี 100

Thorne Zytkow Object

admin No Comments

จักรวารนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เราคิด มันมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายโดยที่เราเองไม่ได้รู้ถึงเรื่องนี้มาก่อน จักรวารที่กว้างใหญ่ซ้อนเอาดวงดาวต่างๆ เอาไว้มากมาย ซึ่งเรื่องนี้น้อยคนนักที่จะรู้ และหลายๆ คนอาจจะคิดว่าระบบสุริยะที่โลกของเราอาศัยอยู่  และมีดวงอาทิตย์เป็นฤกษ์ที่ค่อยมอบแสงสว่างให้กับดาวบริวารต่างๆ ของมัน เป็นระบบที่ใหญ่ที่สุด

บอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงอย่างมาก เพราะนอกจากระบบสุริยะแล้ว ยังมีระบบต่างๆ อีกมากมายที่อยู่ในกาแล็กซี่ที่มีว่าทางช้างเผือก ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าระบบสุริยะของเรา และสิ่งที่ใหญ่กว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือก และมันยังได้รวมเอากาแล็กซี่ต่างๆ ไว้ด้วยกันนั้นก็คือ จักรวารนั้นเอง

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วข้างต้นว่ามีจักรวารนั้นกว้างใหญ่เอามากๆ และมันยังได้ซ้อนเอาความลับต่างๆ เอาไว้มากมายอีกด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการค้นพบเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในจักรวาร แต่นั้น     ก็คงยังไม่ใช่ทั้งหมดของมันอย่างแน่นอน  ในวันนี้เราจะมีทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวดวงหนึ่งที่มีชื่อว่า Thoren Zytkow Odiect ดาวดวงนี้จะเรียกได้ว่าเป็นดาวสอดใส่ดาวอีกทีหนึ่งก็ว่าได้ ตามทฤษฏีแล้วนั้น

ดาวดวงนี้เกิดจากการที่ดาวยักษ์แดงดึงดูดเอาดาวนิวตรอนขนาดเล็กที่ตายแล้ว เข้าไปโคจรอยู่ใจกลางของดวงดาวใหญ่จนดูเหมือนกับว่ามันเป็นลูกอมสอดใส่ ดาวกดวงนี้ถูกพบอยู่ในเมฆแมกเจลแลนเล็ก ส่องสว่างเจิดจ้า มีมวลมาก และมีขนาดที่ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์องเรา 200-2,000 เท่า

หลังจากที่ดาวยักษ์แดงได้ดูดเอาดาวนิวตรอนดวงนี้เข้าไปแล้ว สว่นแกนด้านในจะทำปฏิกิริยาฟิวชั่น เปลี่ยนอะตอมไฮโดรเจนให้กลายเป็นฮีเลียม จากฮีเลียมไปเป็นธาจุอื่นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันกลายเป็นเหล็ก บนดาวยักษ์แดงก็จะมีการขยายตัวที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น และ   ดาวนิวตรอนที่เป็นแกนกลางของมันก็จะถูกก่อตัวหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึงขีดจำกัดของมันเอง และกลายสภาพมาเป็นหลุมดำ ก่อนจะระเบิดออกกลายเป็นซูปเปอร์โนวาขนาดยักษ์ และคงเหลือทิ้งไว้แต่ดาวชั้นนอกเท่านั้นอย่างไรก็ตาม  เรื่องราวที่เราได้กล่าวไปนั้นมีไม่บ่อยครั้งนักที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ถือว่าการค้นพบในครั้งนี้ถือว่าเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อเอามากๆ แต่ต่อให้จะไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วและ เพราะมันมีหลักฐานที่จะมายืนยันได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่การแต่งเรื่องแต่อย่างไรแน่นอน

 

สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

เนบิวลาตาแมว

admin No Comments

ท้องฟ้าที่แสนจะกว้างใหญ่นั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น บางสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเรารู้ว่ามันคืออะไร แต่บางสิ่งมันก็เป็นเรื่องที่แปลกใหม่เกิดไป ในส่วนของการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศและจักรวารนั้นจะว่าเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากก็ไม่ใช่เลยทีเดียว เพราะถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากเราคงจะไม่ได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องของดวงดาวเป็นแน่แท้

และสิ่งที่ทำให้มันเป็นเรื่อง ที่เข้าถึงยากนั้นก็คือคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไรนัก เพราะคิดว่ามันไม่ได้มีส่วนอะไรกับชีวิตของเรา

ถ้าหากจะพูดว่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ บนท้องฟ้านั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวอะไรกับชีวิตของเราเลย         ก็ไม่ใช่ เพราะอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เราไม่ได้คิดแบบนั้น  บนอวกาศนั้นมีเรื่องราวต่าง ๆมากมายที่ดูจะแปลกประหลาดไปหมด และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าทึ่งเอามาก ๆ จากการที่ได้มีการส่องกล้างโทรทัศ เรานั้นได้เห็นสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าเนบิวลา และเนบิวลาที่ว่านี้ลักษณะของมันคล้ายกับตาแมวเอามาก ๆ เลย

ซึ่งมันจะล้อมรอบด้วยวงแหวนที่มากถึง 11 ชั้นกันเลยทีเดียว  ซึ่งถ้าหากว่าเรานั้นมองผ่านๆ ก็ดูเหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่ต่างออกไปจากเนบิวลอื่นๆ เลยแต่สิ่งที่ต้องทำให้นักดาราศาสตร์ต้องกลับมามองให้ชัดเจนอีกครั้งนั้นก็คือดวงตาลึกลับที่อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของมัน พวกเขาได้มีการคาดการณ์ว่ามันน่าจะเป็นดาวฤกษ์ที่กำลังจะกลายเป็นดาวแคระขาวในเวลาอีกไม่ช้า

  มีมวลที่มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 5 เท่า มีแสงที่สว่างมากว่าหนึ่งหมื่นเท่า เราจึงต้องมีการศึกษาด้วยเครื่องมือททางวิทยาศาสตร์ชนิดหนึ่ง และได้มีการตรวจสอบสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งมันต่างจากเนบิวลาอื่นๆ ที่เราเคยได้มีการค้นพบมา

 นอกจากนี้โครงสร้างที่ทับซ้อนกันของมัน  พวกเขาคาดว่ามันอาจจะเกิดจากการผลักวัตถุออกจากศูนย์กลางก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามข้อสันนิษฐานนี้  ก็ยังไม่ได้รับการฟันธงว่าจริงเท็จยังไงอยู่ดี นี้สินะ      ที่เขาเรียกกันว่าสวยแต่ลึกลับที่แท้จริง  เนบิวลานั้นมีอยู่ทั่วไปในจักรวารแห่งนี้ ซึ่งเนบิวลาแต่อันนั้นก็มีความแตกต่างกันไปแล้ว

แต่ลักษณะของการเกิด และที่อยู่ของมัน มีหลายสิ่งหลายที่เกิดขึ้นในจักรวารแห่งนี้ซึ่งน้อยคนนักที่จะสนใจและเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มีหลายการค้นพบที่ได้มีการออกมาเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะแต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะคนที่สนใจนั้นส่วนมากก็จะเป็นคนในกลุ่มแวดวงเดียวกันถึงจะสนใจ และมองเห็นถึงคุณค่าของมัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   บาคาร่าอันดับ

กาแล็กซี่ผี ดีจีเอสเอที 1

admin No Comments

อย่างที่เราเองก็รู้ๆ กันดีว่าโลกของเรานี้ไม่ได้อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในอวกาศแห่งนี้ เพราะนอกจากโลก ดวงจันทร์ และก็ดวงอาทิตย์แล้ว มันยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายหลายดวง โดยที่บางทีเราเองก็ไม่รู้ หลายคนอาจจะรู้ว่าโลกของเรานี้อยู่ในระบบสุริยะ แล้วในระบบสุริยะที่ว่านี้ยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายแถมดาวเคราะห์แต่ละดวงยังมีดวงจันทร์บริวารอีกด้วย และบางดวงก็มีดวงจันทร์บริวารมากกว่าสิบดวงด้วย     ซ้ำไป แล้วระบบสุริยะที่ว่านี้มันรวมเอาดวงดาวต่าง ๆไว้มากมาย แสดงว่ามันก็เป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดสิ

อย่างที่ได้กล่าวไว้เบื้องต้นว่าโลกของเรานี้นั้นอาศัยอยู่ในระบบสุริยะ และยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายอาศัยอยู่อีกด้วยด้วย แต่เชื่อไหมว่าระบบสุริยะที่ว่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุด เพราะสิ่งที่ใหญ่กว่าระบบสุริยะก็คือ กาแล็กซี่นั้นเอง สำหรับระบบสุริยะของเรานี้มันอาศัยอยู่ในกาแล็กซี่หนึ่งที่มีชื่อว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือก แล้วนอกจากกาแล็กซี่ทางช้างเผือกละในอวกาศมีกาแล็กซี่อื่นอีกไหม

แน่นอนว่ามี และในวันนี้เราจะมาพูดถึงกาแล็กซี่หนึ่งที่มีชื่อว่า กาแล็กซี่ผี ดีจีเอสเอที 1 เมื่อได้ยินชื่อของมันแล้วอาจจะดูขนหัวลุกใช่ไหมละ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ามันไม่ได้หน้ากลัวอย่างที่คิดแน่นอน และก็ไม่ได้มีวิญาณมาทักทายเราอย่างแน่นอน เพียงแค่การมีอยู่ของมันมีความลึกลับซับซ้อนมากกว่าที่เราคิดเท่านั้น

สำหรับกาแล็กซี่ผีแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 2019  มันจัดได้ว่ามีขนาดใหญ่ไม่ได้ต่างจากเพื่อนๆ ของมันเลยแต่ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมที่นี้ถึงดูเลือนลางมาก  หน้าตาของมันแถบจะไม่เปลี่ยนและอญุ่อย่างโดดเดี่ยวไม่ข้องเกี่ยวกับใครเลย ปริศนาชิ้นใหญ่แบบนี้เล่นเอานักดาราศาสตร์ถึงกับปวดหัวกันเลยทีเดียว และพวกเขาก็ได้แต่สันนิษฐานว่าที่มันเลือนลางแบบนี้ก็เพราะว่ามันมีองค์ประกอบทางเคมี

อย่างเช่นเหล็ก ที่เกิดหลังซูปเปอร์โนวาน้อยมาก ซึ่งดูแล้วมันแทบจะก่อตัวเป็นกาแล็กซี่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่มันกลับมารวมกันเป็นกระจุกได้อย่างน่าประหลาดใจเอามากๆ อละยังมีแสงสว่างระยิบระยับของดวงดาวเหมือนกับกาแล็กซี่อื่นๆ อีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะดูเบาบางไปหน่อยก็ตาม และก็ไม่แน่อีกว่าในนั้นอาจจะมีพลังงานลึกลับบางอย่างซ้อนอยู่ก็เป็นไปได้ใครจะไปรู้

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามกาแล็กซี่ผีที่เราได้กล่าวถึงนั้นไม่ใช่กาแล็กซี่แห่งเดียวที่มีความลึกลับอย่างแน่นอน เพราะกาแล็กซี่ที่ได้มีการค้นพบอีกมากมายหลายกาแล็กซี่ก็มีความลึกลับซับซ้อนที่แต่ต่างกันไป และคุณอย่างคิดว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเรานั้นจะไม่มีความลับซ้อนอยู่  เพราะอะไรก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย     ีดฟิำะ