เล่นคาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง สามารถเล่นได้ตลอดเวลาที่ต้องการ

เล่นคาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง สามารถเล่นได้ตลอดเวลาที่ต้องการ

admin No Comments

เล่นคาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง สามารถเล่นได้ตลอดเวลาที่ต้องการ และสามารถเลือกเล่นได้หลากหลายตามความชอบของแต่ละบุคคล และวันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆและถ้าหากใครมีโอกาสไปเที่ยวก็อย่าลืมแวะไปนะคะ เพราะว่าสวยงามและไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน  เนื่องจากสถานที่เที่ยวสำคัญๆ ของ ลาส เวกัส น่าเที่ยวหลายที่มากแต่ที่ๆไม่ควรพลาดก็มีอยู่ไม่กี่ที่เท่านั้น ถ้าไม่ได้ไปถือว่าพลาดสุดๆ

สตราโตสเฟียร์ ทาวเวอร์ (Stratosphere Tower)

สตราโตสเฟียร์ ทาวเวอร์ (Stratosphere Tower) หรืออีกในชื่อหนึ่งคือ เวกัส เวิลด์ (VegasWorld) เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นจุดสำคัญของ ลาส เวกัส เพราะ เจ้าตัวหอคอย สตราโตสเฟียร์ ที่มีความสูงถึง 350.2 เมตร ถือเป็นหอคอยสังเกตุการณ์ที่สูงที่สุดใน ประเทศสหรัฐอเมริกา แถมยังครองอันดับ 2 ในฝั่งซีกโลกตะวันตกด้วย (อันดับ 1 คือซีเอ็น ทาวเวอร์ (CN Tower) ในประเทศแคนาดา) หอคอยสตราโตสเฟียร์ นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดใน ลาส เวกัส และในรัฐเนวาด้า ตัวโรงแรมของ สตราโตสเฟียร์ ทาวเวอร์ (Stratosphere Tower) จะแยกออกมาต่างหาก มีทั้งหมด 24 ชั้น และมีจำนวนห้องพักถึง 2,427 ห้อง รวมถึง คาสิโน ขนาดใหญ่ ที่มีเนื้อที่รวมทั้งหมดถึง 7,400 ตารางเมตร เรียกได้ว่าทั้งใหญ่และยาวของแท้จริงๆ

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือ ร้านอาหารลอยฟ้า ที่อยู่สูงจากพื้นถึง 244 เมตร ชิมอาหารชั่นเลิศในบรรยากาศสุดโรแมนติก พร้อมชมวิวสุดสวยเหนือคำบรรยาย ของทิวเขาและเมืองลาส เวกัส แบบ 360 องศา ที่จะค่อยๆ หมุนไปเรื่อยๆ ทุกๆ 80 นาที ซึ่งได้รับการการันตีด้วย “รางวัลที่สุดแห่ง ลาส เวกัส ปี 2018 สำหรับสุดยอดร้านอาหาร และสถานที่สุดโรแมนติก ในวิวที่สวยที่สุด” (2018’s Best of Las Vegas Award for Best Fine Dining Restaurant, Best Romantic Spot and Best Restaurant with a View) เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปะกายกรรมมากมาย ทุกคืนเวลา 19:00 น. หรือถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบพาโนรามา วิวท้องฟ้า หุบเขา พร้อมกับร่วมสนุกกับความบันเทิงริมสระน้ำ ก็สามารถขึ้นไปที่ เรเดียส รูปท๊อป พูล แอนด์ เว็ทเลานจ์ (Radius Rooftop Pool and Wet Lounge) หรือถ้าเป็นสายชิล อยากจิบไวน์ นั่งทานอาหารอร่อยๆ ฟังเพลงเบาๆ ก็ต้องไปที่ 107 สกายเลานจ์ (107 Sky Lounge)

ซึ่งต่างๆ เหล่านี้บริหารและจัดการโดย บริษัท โกลเด้น เอนเตอร์เทนเม้นท์ (GoldenEntertainment) บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก แต่นี่เป็นแค่เพียงบางส่วนของ สตราโตสเฟียร์ทาวเวอร์ (Stratosphere Tower) เท่านั้น เพราะที่นี่ยังมีกิจกรรมมันส์ๆอีกมากให้ทุกท่านที่เป็นสายสปอร์ทได้สัมผัสความมันส์กันแบบลืมไม่ลงเอาเป็นว่าถ้าเข้าไปที่นี่ก็มีอะไรสนุกๆ ให้ทำกันจนลืมเวลานอนกันเลยทีเดียว

รู้หรือไม่ว่า แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100 เดียวเท่านั้น

admin No Comments

รู้หรือไม่ว่า แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100 เดียวเท่านั้น เพราะเราใส่ใจในลูกค้า จึงสรรหาโปรโมรชั่นดีๆมาฝาก

ประวัติกีฬาเปตอง

กีฬาเปตองเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เรานั้นรู้จักกันดีและคนนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายไปทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากกีฬาเปตองได้แพร่หลายเข้าสู่ระบบบการศึกษาของไทย

จากการถูกเลือกให้เป็นกิจกรรมนันทนาการอย่างหนึ่งในสถานศึกษา ตลอดจนหน่ววยงานต่าง

ทั้งของรัฐละเอกชนได้พิจารณาเห็นว่ากิจกรรมเปตองนั้นเป็นกิจกรรมกีฬาและนันทนการ ที่ส่งเสริมความสามัคคีและลดความเครียดจากงานการเรียนภารกิจได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เปตองได้รัความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ประวัติกีฬาเปตองในประเทศไทย

กีฬาเปตองได้เริ่มเข้ามาในไทย เมื่อพ ศ 2518 โดยการริเริ่มของนายจันทร์ โพยหาญ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและนำกีฬาเปตองเข้ามาเผยแพร่ให้คนได้รู้จักอย่างเป็นทางการคนแรก แต่ตอนนั้นยังขาดอุปกรณ์การเล่นของเปตอง (ลูกบลู) เลยได้ปรึกษาและชักชวนนายดนัย ตรืทัศนาถาวร และนายชัยรัตน์ คำนวณ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในขณะนั้น เป็นผู้ลงทุนสั่งลูกเปตองเข้ามาจำหน่ายและเผยแพร่ในประเทศไทย

 

แต่เปตองเป็นกีฬาที่ยังใหม่อยู่มากในเมืองไทย ยังมีคนรู้จักน้อยทำให้ลูกเปตองจำหน่ายไม่ได้ แต่นายดนัย ซึ่งเป็นผู้ที่มองการณ์ไกเห็นประโยชน์และความสำคัญของกีฬาเปตองจึงได้ทำการแจกจ่ายให้แก่ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจรวมทังภาคเอกชนที่สนใจทั่วไป

 

วิธีการเล่นเปตอง

1.เปตองเป็นกีฬาที่เล่นได้กับสนามทุกสภาพ ยกเว้นพื้นคอนกรีตกับพื้นไม้และพื้นดินที่มีหญ้าสูง

2.ผู้เล่นทุกคนต้องลงสู่สนามแข่งขันตามเวลาที่กำหนดให้ทำการเสี่ยงว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายโยนลูกเป้า

3.ลูกเป้าที่โยนไปแล้วถือว่าดีต้องมีกฏเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  •  มีระยะห่างขอบวงกลมด้านใกล้ที่สุดถึงลูกเป้า
  • วงกลมต้องอยู่ห่างจากสิ่งกีดขวางต่างๆ และเส้นเขตสนาม หรือเส้นฟาล์วไม่น้อยกว่า 1 เมตร
  1. ลูกเป้าที่โยนไปแล้วถูกผู้ตัดสินผู้เล่น ผู้ดู สัตว์หรือสิ่งที่เคลื่อนที่อื่นๆแล้วหยุดให้นำมาโยนใหม่โดยไม่นับรวม อยู่ในการโยน3ครั้ง ที่ได้กำหนดไว้การเล่นเปตองที่ดีนั้นต้องใช้สมาธิและส่งแรงในการโยนลุกเป้าออกไป

เพื่อให้กรรมการได้วัดระยะและวัดคะแนนว่าผู้ใดจะชนะเป็นการเล่นที่สนุกสนานอย่างหนึ่ง ของกีฬาประเทศไทย

 

ufabet เป็นเว็บที่ยอดฮิตสำหรับนักลงทุนฟุตบอล

admin No Comments

เนื่องจากแฟนบอลที่พากันชมฟุตบอลตามลีกต่างๆ มีการคาดเดาและต้องการเล่นการพนันสำหรับฟุตบอลที่ท่านชื่นชอบหรืออาจจะเป็นช่องทางอีกทางหนึ่งของนักลงทุนก็ตาม จึงทำให้เว็บ ufabet ของเรามีชื่อเสียงที่โด่งดังมาก เพราะเหล่าบรรดาที่ชื่นชอบในการเดิมพันฟุตบอลต่างยอมรับในเว็บของ ufabet  ทั้งนั้น

เหตุผลที่นักลงทุนชื่นชอบเว็บ ufabet

สำหรับเว็บไซต์ของเรานั้นใช่ว่าจะเอ่ยอ้างขึ้นมั่วๆเพียงแค่อยากให้ท่านสนใจ แต่เว็บของเรานั้นเปิดขึ้นมาเป็นเวลานานจนเป็นที่ยอมรับของบรรดานักลงทุนฟุตบอล และทุกคนต่างก็พากันยอมรับในเว็บของเรา เพราะเหตุผลที่นักลงทุนให้ความสนใจและยอมรับนั้น ต้องบอกว่าสมกับที่เป็นเว็บไซต์อันดับหนึ่งที่นักลงทุนที่ชื่นชอบในด้านฟุตบอลที่พร้อมเทคะแนนให้เป็นอันดับหนึ่งจริงๆ เหตุผลที่ทุกคนยอมรับนั้นก็คือ

  • เป็นเว็บที่เปิดให้ใช้บริการมาอย่างยาวนาน และเป็นเว็บแรกที่เปิดให้เล่นการพนันฟุตบอลในรูปแบบออนไลน์ อีกด้วย
  • มีอันตราการต่อรองที่เป็นมาตราฐานระดับสากล และให้ผลตอบแทนที่มากกว่าเว็บอื่นๆ
  • มีการเข้าใช้ได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพราะสำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใช้งานยังสามารถเข้าใจได้ง่าย จึงมีการบอกต่อกันจนมีชื่อเสียงติดอันดับเว็บไซต์แทงบอลอันดับหนึ่ง
  • มีคู่บอลเยอะที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบอลลีกเล็กหรือลีกใหญ่ ก็สามารถเลือกเล่นได้อย่างสบาย เพราะมีทุกรูปแบบและยังมีทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นลีกเล็กหรือใหญ่ก็ตาม
  • มีให้เลือกเล่นพนันได้หลายรูปแบบ สามารถเลือกได้ตามใจชอบ และสามารถเลือกเล่นก่อนการแข่งขัน หรือเลือกเล่นระหว่างการแข่งขัน หรือแม้กระทั่ง เลือกเล่นครึ่งแรก และครึ่งหลัง หรือจะเลือกแทงทีละหลายคู่ก็ได้ ยังมีอีกหลากหลายมากมายในการเดิมพันซึ่งไม่สามรถพูดได้หมด
  • สามารถเดิมพันได้ในจำนวนขั้นต่ำตั้งแต่หลักสิบขึ้นไป โดยไม่มีการบังคับแต่อย่างใด
  • จ่ายจริงและจ่ายเร็ว เมื่อมีการจบการแข่งขันก็จะได้รับเงินในทันที โดยไม่ต้องรอนาน เมื่อบอลคู่ที่ท่านแทงไว้แข่งขันเสร็จสิ้น ทางระบบจะจัดการโอนเงินเข้ายูเซอร์ของลูกค้าในทันที
  • สามารถถอน – ฝาก ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอนาน

สำหรับเว็บ ufabet นั้น เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน โดยมีการใช้งานได้จริงและยังได้เงินจริง ซึ่งบรรดานักลงทุนทั้งหลายให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนานที่สุด

การผสมพันธุ์แทงไก่ชน มีวิธีดังนี้

admin No Comments

การผสมพันธุ์ของแทงไก่ชนจะให้ผลที่ดีต้องมีการคัดเลือกจากที่มีสภาพที่ดี ทั้งไก่ตัวผู้ และไก่ตัวเมีย ไก่ทั้งคู่ต้องมีความสมบูรณ์ ปราศจากโรคขี้ขาว หรือเป็นหน่อ มะเร็ง คอคอก และหวัด ที่ต้องคัดสรรนั้นก็เพราะถ้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เป็นโรคแล้วอาจจะส่งผลมาติดถึงลูกได้ และเพื่อให้ได้ผลที่ดีในการผสมพันธุ์ ควรใช้ตัวผู้จำนวน 1 ตัว ต่อ ตัวเมียจำนวน 5 ตัวและไม่ควรขังให้อยู่ในเล้าที่คับแคบหรือจำกัดจนเกินไป ควรที่จะปล่อยให้ไก่อยู่ในสถานที่กว้าง ๆ และต้องเน้นอาหาร อาหารนั้นต้องสมบูรณ์และอาหารที่ใช้นั้นก็คือ ข้าวเปลือก ปลาสด (เราควรนำไปต้มเสียก่อน) หญ้าอ่อนๆ ถ้าทว่าถ้าหากไม่มีหญ้าควรจะให้กินผักสด  เพราะว่าถ้าทำเช่นนี้ได้จะได้ เราก็จะได้ลูกไก่ที่สมบูรณ์แข็งแรงมาก  ( สิ่งสำคัญที่สุดนั้นก็คือควรนำไก่ที่จะทำพ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์ เราควรนำไปให้กรมปศุสัตว์ตรวจโรคเสียก่อน เพื่อความรอบครอบ )

การเตรียมรังสำหรับฟักไข่

อยากได้แทงไก่ชนที่ดี ก็ต้องเตรียมสิ่งของที่ดีๆไปด้วย ดังนั้นเวลาที่เราจะผสมพันธุ์ หรือจะทำรังให้ไก่ฟักย่อมมีพิธีรีตองมากเป็นพิเศษ  เพราะว่ามันจะให้ประโยชน์กลับมาคุ้มค่าเสมอ ถ้าท่านอยากได้ไก่ที่ฟักออกมาเก่ง ๆ ทุกตัว ก็ต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1.การใช้กระบุงนำมาทำเป็นที่รองสำหรับฟักไข่ เนื่องจากกระบุงเป็นภาชนะสำหรับ ใส่ของซื้อ ของขายได้ทีละมาก ๆ จึงเป็นสิ่งที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง

2.สิ่งของมูลฝอยสำหรับรองรังไข่ มีดังนี้

  • ไม้ฟ้าผ่า ความหมายคือจะทำให้ไก่ตีแรง จนให้คู่ต่อสู้ชักดิ้น
  • คราบงูเห่า ความหมายคือจะทำให้แข้งและมีพิษ
  • ทองคำ ความหมายคือจะทำให้สีสวยงาม โดดเด่น
  • ไม้คานหักคาบ่า ความหมายคือจะทำให้มีลำหักลำโค่น
  • หญ้าแพรก ความหมายคือเวลาชนทำให้ฟื้นง่ายเหมือนหญ้าแพรกนั้นเอง

3.สำหรับการคัดไข่ การเก็บไข่ไว้ฟักควรเลือกไข่ที่สมบูรณ์ ที่ไม่บูดเบี้ยว และควรมีน้ำหนักมาก ไม่น้อย กว่า 45 กรัม หรือใกล้เคียง แต่ถ้าท่านสามารถทำได้ตามที่แนะนำนี้ท่านจะได้ไก่เก่งประมาณ 80% เลยนะ สำหรับการทำรังให้ไก่ฟักไม่ควรให้แดดส่อง หรือไม่ควรให้ฝนสาดได้ เพราะจะทำให้ไข่เสีย ในการฟักแต่ละครั้ง ก็ไม่ควรทำการฟักเกิน 10 หรือ 11 ใบ ถ้าหากว่าท่านฟักเกินแล้ว ผลเสียที่ตามมานั้นก็คือจะทำให้ไข่เสียมาก ควรฟักแค่พอประมาณก็พอ

วิธีเลือกไข่ขึ้นฟัก

การเลือกไข่ขึ้นฟัก เราควรใช้สมุดปกอ่อนม้วนให้เป็นรูปทรงกระบอกแล้วจึงนำไข่ที่ฟักไปประมาณ 15 วัน ใส่ไปในทางด้านหนึ่ง ส่วนอีกทางอีกด้านหนึ่งใช้ส่องให้ตรงกับพระอาทิตย์ ถ้าไข่มีเชื้อเราจะมองเห็นเป็นสีดำสนิท แต่ถ้าไข่ไม่มีเชื้อจะมองเห็นในไข่เป็นแสงสว่าง ถ้าเราเจอไข่ที่ไม่มีเชื้อเราควรคัดออกได้เลยในทันที  ถ้าเก็บไว้มาก นอกจากจะทำให้แน่นกันแล้ว จะทำให้ไข่ที่ดีเสียตามไปอีกด้วย

ลองเข้ามาเล่นที่เว็บmaxbetของเราสิ๊ค๊ะ

admin No Comments

ถ้าคุณคือเซียนแทงบอลจริง คุณต้องเข้ามาลองที่เว็บmaxbetของเราสิ๊ค๊ะ

เว็บเล่นแทงบอลออนไลน์เป็นสิ่งที่นักพนันทุกคนจะต้องรู้จัก แต่เชื่อเถอะว่าก็ยังมีนักพนันอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักการแทงบอลออนไลน์ ยังไม่เคยสัมผัส ยังไม่เคยลองเล่น บางคนแค่ฟังจากเพื่อนบอกเล่าเท่านั้น เป็นการฟังต่อเขามาอีกทีและก็ฟังไปแบบนั้นแหละไม่ได้รู้เรื่องเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณมาเจอบทความนี้คุณต้องอยากรู้จักว่าการแทงบอลออนไลน์เป็นยังไง

การแทงบอลผ่านระบบออนไลน์หรือแทงบอลออนไลน์ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของนักเดิมพันทั้งหลาย เป็นเว็บคาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุด ซึ่งเว็บของเราได้เปิดให้บริการลูกค้าคนไทยและต่างชาติมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว จึงเป็นเรื่องปกติที่เว็บของเราจะเป็นที่รู้จักของนักเดิมพันในเมืองไทย

การได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแบบนี้ ยิ่งทำให้เว็บของเรามีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาทุกวัน สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอย่างไม่ขาดสายเลยก็คือ เว็บไซต์ของเรามีความซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่หมกเม็ด ทุกอย่างตรงไปตรงมา โอนง่ายโอนไว ไม่เข้าใจอะไรถามได้ตลอด24 ชั่วโมง เว็บที่ดีแบบนี้หาได้ที่นี้ที่เดียว แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง

ใครที่กำลังเริ่มเล่นการพนันออนไลน์มือใหม่ก็ขอเชิญทางนี้เลย เว็บเรามีระบบรักษาความปลอดภัยชั้นเลิศ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเว็บของเรามีมาตรฐานสูงที่สุด สูงกว่าเว็บอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ ถ้าเทียบก็คงเทียบเท่ากับธนาคารกันเลย เพราะแบบนี้เองจึงทำให้

สามารถรองรับการให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ หลากหลายประเภทตามความต้องการของลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหนเว็บของเราก็มีให้เลือกเดิมพันหมด ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล บาสฺเก็ตบอล อเมริกันฺฟุตบอล วอลฺเล่บอล สนุกฺเกอร์และกีฬาอีกมากมายที่มีไว้ให้บริการกับลูกค้าที่น่ารักทุกท่าน

 

 

สมัครสมาชิก maxbet

เว็บไซร์ http://www.maxbet787.com/

สอบถามข้อมูล โทร.

094-77-88-77-1

094-77-88-77-2

094-77-88-77-3

094-77-88-77-4

Line : maxbet787

สูตรเด็ดกับแทงบอลออนไลน์

admin No Comments

สูตรเด็ดๆที่แทงบอลออนไลน์ นำมาฝากวันนี้ก็คือ สูตรแทงบาคาร่าแบบสุ่ม

บาคาร่าถือเป็นเกมพนันที่มีสูตรการเล่นเยอะมากเป็นอันดับหนึ่ง มีหลายสูตรของบาคาร่าที่สร้างกำไรให้กับนักพนันหลายคนแล้ว ลองเข้าไปเสี่ยงโชคกับบาคาร่า แต่ถ้าเป็นนักพนันมือใหม่แล้วมาเล่นแบบไม่มีสูตรนี้น่าเป็นห่วงเพระมันจะทำให้คุณเสียเงิน การเล่นไพ่บาคาร่าจะต้องอาศัยสูตรและเทคนิคที่จะมาช่วยในการทำกำไรให้คุณ

การมีสูตรถือว่ามีตัวช่วยที่ดีและมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะมันจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และสูตรที่จะแนะนำ คือ  สูตรบาคาร่าแบบแทงสุ่ม วิธีการเล่นสูตรนี้ คือ

อันดับแรกให้ผู้เล่นสุ่มไพ่ข้างที่จะแทงก่อนโดยจะสุ่มไว้ทั้งหมดถึงสิบไม้ ซึ่งแต่ละไม้จะสุ่มด้วยการโยนเหรียญ

จากนั้นให้คุณดูผลจนถึงไม้ที่สองโดยที่ยังไม่ต้องวางเดิมพัน ถ้าผลทั้งสองไม้ออกมาตรงตามที่คิด ก็ให้เริ่มใช้สูตรการเล่นบาคาร่าแบบสุ่มได้เลย ในการสุ่มไม้ที่สี่ หากไม้ที่สี่ถูก ในไม้ที่ห้าผู้เล่นจะต้องแทงฝั่งตรงข้ามกับที่สุ่มเอาไว้และไม้ต่อไปต้องแทงตรงข้ามทั้งหมด

แต่ถ้าหากว่ากรณีไม้ที่สี่ออกมาไม่ตรง ผู้เล่นจะต้องแทงไม้ที่ห้าตามที่สุ่มเอาไว้เลย ให้ทำแบบนี้ไปจนครบหมดสิบไม้ และเมื่อจบเกมให้มาดูกันว่าคุณจะได้เงินหรือเสียเงิน

ถ้าเล่นได้ให้ผู้เล่นใช้สูตรสุ่มแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเสียให้หยุดเล่นทันที การเอาไปทดลองเล่นเรื่อยๆ จะทำให้ผู้เล่นมีความเข้าใจมากขึ้น

สูตรการแทงบาคาร่าแบบสุ่มเกิดขึ้นเพราะเซียนพนันรู้ว่าทางคาสิโนมีการปรับหน้าไพ่ใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้นักพนันเดาทางไพ่ได้ถูก พวกเซียนพนันจึงคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมาเพื่อแก้เกมคาสิโน ในการใช้สูตรช่วยให้การเล่นบาคาร่าเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำเงินให้กับตัวผู้เล่นได้มากขึ้น

สูตรก็เป็นเหมือนตัวช่วยในการแต่ผู้เล่นต้องใช้สูตรให้ตรงกับจังหวะที่มันเข้าสูตรพอดี

เพราะบาคาร่าเป็นเกมไพ่ที่มีหลายรูปแบบดังนั้นผู้เล่นต้องจำสูตรการเล่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประโยชน์ของตัวผู้เล่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์

รายละเอียดการแทงบอลออนไลน์

website :  https://www.sportonlinethai.com/

ID LINE : sport-online

พนันมวยสำหรับมือใหม่กับgclub

admin No Comments

สำหรับนักพนันมือใหม่ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับมวย วันนี้ gclub มีเทคนิคในการเล่นพนันมวยสำหรับมือใหม่มาฝากกัน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าไม่ได้มาอวดรู้หรืออวดฉลาดแต่อย่างใด

แต่เพราะเห็นมีมือใหม่หลายคนอยากเข้ามาลองเล่นมวยมีอยู่มาก บางคนก็เล่นเก่งเพราะเล่นมานานเล่ห์เหลี่ยมจึงเยอะกว่าคนที่เล่นใหม่ๆ คนที่เล่นมานานก็เปรียบเหมือน เสือ สิงห์ กระทิง แรด นั้นแหละ เทคนิคที่จะมาบอกวันนี้เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่มีประโยชน์ต่อคนเล่นมวยมือใหม่ เอาไว้ใช้เวลาฉุกเฉิน เพื่อให้เสียเปรียบน้อยที่สุด

ซึ่งเทคนิคเหล่านี้เป็นเทคนิคที่คนเล่นมวยมานานใช้เล่นเป็นประจำแต่มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเต็มร้อยนะ เพราะมันอาจจะช่วยให้คุณไม่ต้องเป็นหมูให้เสือขย้ำเพียงฝ่ายเดียว เทคนิคที่ใช้มีอะไรบ้างลองไปดูกัน

โดยเริ่มจากการใช้หู เพราะอะไรคุณถึงต้องใช้หู เนื่องจากหูจะได้ยินโฆษณามากมายมีโฆษณาเป็นหลายร้อยเจ้าที่ให้คุณเลือก ในการใช้หูที่ดีและมีคุณภาพนั้นมันจะยากมากที่สุด เพราะผู้เล่นบางคนชอบเปลี่ยนหูหลายเจ้าแต่ก็ยังไม่ถูกใจ

ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ บอกได้เลยว่าการหาหูที่สมบูรณ์แบบนั้นทำได้ยากมากบางคนอยากมีหูเอาไว้โกงส่วนมากก็จะเจอแต่หูที่เป็นของปลอม แล้วมาลองดูกันถึงหลักในการเลือกหูจะมีอะไรบ้าง

อันแรกเลยคือการเลือกหูที่เน้นพูดในเวทีและตู้ใหญ่ๆ ไว้เป็นหลัก ถ้าสังเกตง่ายๆ คือ หูที่พูดบนเวทีหรือตู้ใหญ่ เพราะราคาจะเร็วหรือช้ากว่ากันไม่เกิน 2 วินาทีถ้าเทียบจากคนที่ใช้หูข้างๆ

ผู้เล่นอันดับต่อมาเน้นเลือกหูที่มีบรรยากาศในการเล่นบนเวที เพราะสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ มาฝากผู้เล่นใหม่ได้ เช่น

การบอกว่าคนนี้เล่นถูกบ่อยๆ และประจำกำลังจะเล่นมวยฝ่ายไหนก็เล่นตามเขามันจะช่วยให้มือใหม่สามารถเรียนรู้และได้เงินกลับบ้านได้

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ gclub

website: https://www.g-club.club/

line : g_club

การบริหารเงินทุนให้ลงตัวกับแทงบอลออนไลน์

admin No Comments

ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทำอะไรก็ตาม ย่อมมีการบริหารที่ถูกต้อง ไม่งั้นอาจเกิดการผิดพลาดได้ง่ายๆ ดังนั้นแทงบอลออนไลน์ จึงอยากชวนให้ท่านได้มาอ่านเพื่อวางแผนการลงทุนสักหน่อย เพราะอาจเป้นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับบางท่าน

การบริหารจัดการเงินทุนที่ดี : ถ้าหากจะเล่นคาสิโนให้ได้เงินเยอะ ผู้เล่นต้องรู้จักวิธีการบริหารเงินทุนที่จะใช้ในการเล่นให้เกิดประโยชน์ได้สูงที่เท่าที่จะทำได้ โดยจะต้องมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเช่น ถ้าท่านจะเล่นเกมท่านก็ควรวางแผนในแต่ละครั้งที่เล่นต้องวางเดิมพันด้วยจำนวนกี่บาท ซึ่งเงินที่ใช้ในการเล่นต้องเป็นเงินที่แบ่งจากเงินที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเอาไว้แล้ว จึงไม่ควรที่จะใช้เงินทุนในการเล่นที่ต้องกู้ยืมมาเล่นอย่างเด็ดขาดหรือการเล่นการพนันจริง เพื่อสร้างรายได้และเป็นอาชีพเสริม ก็ต้องวางแผนให้ดีกว่านี้ แต้องไม่กระทบกับงานที่ทำอยู่ประจำและไม่ส่งผลให้ตนเอง คนรอบข้าง รวมถึงครอบครัวจะต้องเดือนร้อนและเป็นทุกข์ ควรที่จะจัดแบ่งเวลาในการเล่นในแต่ละวันเพียงแค่วันชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมงต่อวันจะกำลังดี ไม่ควรที่จะทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่คุณมีอยู่ไปกับ การเล่นคาสิโนออนไลน์ตลอดทั้งวัน

สำหรับนักเสี่ยงโชคที่ต้องการจะใช้เวลาว่าง หลังจากที่เลิกจากการทำงานประจำแล้วมาเล่นการพนัน เพื่อหารายได้เสริมทำให้มีรายได้ ก็ถือได้ว่าการเล่นคาสิโนออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ผู้เล่นมีรายได้และกำไรจากการเล่นอย่างแน่นอนการเล่นคาสิโนที่จะสามารถทำให้คุณได้ และเป็นอาชีพเสริมให้กับผู้เล่นได้นั้น ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของผู้เล่นเองประกอบกับปัจจัยหลายอย่างที่จะส่งผลกับการเล่นคาสิโนออนไลน์ของคุณให้ได้เงินตามเป้าที่คุณหวังได้หรือไม่ ซึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้คุณสร้างเงินได้จากการเล่นการพนันได้มีดังต่อไปนี้

การมีวินัยในการเล่น : การที่ผู้เล่นจะเงินจำนวนมากจากการเล่นคาสิโน ผู้เล่นจะต้องมีหลักการเล่นและวินัยในการเล่น โดยต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการเล่นทุกครั้ง ถ้าเล่นได้ตามเป้าหมายที่กำหนดผู้เล่นก็ควรที่จะหยุดเล่นโดยทันทีต้องมีวินัยในตัวเองให้มากนะและถ้าเมื่อไหร่เล่นเสียเกินที่ได้กำหนดไว้ ผู้เล่นก็ควรที่จะหยุดเล่นโดยทันที

 

website : http://www.sportonline168.com/

Tel : 062-34567-30 ถึง33

062-34567-31

062-34567-32

062-34567-33

ID Line : sportonline168

ถ้าจะดูขี่ม้าให้สนุก อย่างแรกต้องเข้าใจกฎกติกา เสียก่อน…

admin No Comments

   

           กีฬาขี่ม้าสากล ภายใต้การควบคุมโดย สมาพันธ์ขี่ม้านานาชาติ ( Federation Equestri a n International ) แบ่งออกเป็น 7 ประเภทกีฬา คือ Dressage, Show jumping, Eventing, Driving, Vaulting , R eining และ Endurance เป็นต้น แต่ใน โอลิมปิกเกมส์ นั้นบรรจุเพียง 3 ประเภทแรกเท่านั้น

          สมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย ( Thailand Equestrian Federation ) จึงได้กำหนด ให้มีการแข่งขันในเฉพาะ 3 ประเภทดังกล่าวคือ Dressage, Show jumping, Eventing ซึ่งท่านผู้อ่านคงจะได้เคยผ่านตามาบ้าง ไม่มากก็น้อย กลับมาที่คำถามที่ว่า จะดูขี่ม้ายังไงให้สนุก ? ถ้าจะดูขี่ม้าให้สนุกอย่างแรกต้องเข้าใจ กฎ, กติกา เสียก่อน คงเหมือน กับกีฬาอื่น ๆ ทั่วไป เอาเป็นว่าเรามาค่อย ๆ ทำความรู้จักกีฬาขี่ม้าทีละประเภท กันดีกว่า

Dressage หรือ ที่เรียกว่า ศิลปะการบังคับม้า
               เมื่อ กล่าวถึงกีฬาประเภทนี้ อยากให้ผู้อ่านลองนึกภาพ การขี่ม้าที่ผู้ขี่แต่งกายสวย ๆใส่ชุดทักซิโด้, หมวกทรงสูง ( Top Hat ) ตลอดจนมีการถักเปียที่ขนแผงคอม้าและที่หางเป็นต้น ผู้แข่งขันจะบังคับม้าของตนปฏิบัติตามคำสั่งที่กรรมการได้แจกจ่ายไปไว้ ก่อนล่วงหน้า ยกตัวอย่างเช่น

              การเปลี่ยนฝีเท้าม้าในการวิ่งตามจุดบังคับต่างๆ รวมถึงลักษณะการย่างก้าวของม้า ซึ่งใครบังคับม้าของตนได้อย่างสวยงาม แต่ละท่าทางได้เข้าตากรรมการมากกว่ากัน คนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ เฉกเช่นเดียวกับ กีฬายิมนาสติก ประเภท Floor Exercise ซึ่งบางครั้งไม่ง่ายนักที่จะเดาใจกรรมการได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ สำหรับกีฬาประเภทนี้เรา ๆ ในส่วนของคนดู คงได้แต่เอาใจช่วยนักกีฬาและม้าที่เราชื่นชอบ เท่านั้นแหละครับ ส่วนการตัดสินแพ้ชนะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรมการเขาดีกว่า เพราะถ้าผลคะแนนออกมาไม่ตรงกับใจเราจะเกิดกรณี ? ม้าแพ้คนไม่แพ้ ? ขึ้นม้าอีก ซึ่งมีให้เห็นกันบ่อยในบ้านเรา

Showjumping หรือ การขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

             กีฬาประเภทนี้ ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วไป เป็นอย่างมาก เพราะมีความสนุก, ตื่นเต้น, เร้าใจ ตลอดจนเข้าใจง่าย ศึกษา กฎ กติกา คร่าว ๆ ก็พอจะเข้าใจ ซึ่งหลักจริง ๆ มีอยู่ไม่เท่าไหร่ สามารถลองให้คะแนนเอง ร่วมไปกับกรรมการได้ อีกทั้งเมื่อผู้เข้าแข่งขัน แข่งเสร็จในแต่ละคนผู้บรรยายสนามจะสรุปคะแนนให้ฟัง

           ซึ่งผู้ชมสามารถจดบันทึกตามไปด้วย ประกอบการชมการแข่งขัน จะทำให้เกิดอรรถรสในการชมการแข่งขันมากยิ่งขึ้นไปด้วย โดยกติกาง่าย ๆ โดยเริ่มจากผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีคะแนนเสียเท่ากัน คือ 0 คะแนนในตอนเริ่ม โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำม้าของตน กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ตามหมายเลขเครื่องและแบบของสนาม ซึ่งผู้ออกแบบสนาม(Couse Designer) เป็นผู้ออกแบบไว้ จนครบ โดยใครที่มีคะแนนเสียน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

     ทีนี้ลองมาดูกันครับว่า คะแนนเสียในการแข่งขันเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้าง
            คะแนนเสียจากการกระโดด
ม้าเตะเครื่องตกพื้น ซึ่งจะมีคะแนนเสียเครื่องละ 4 คะแนน โดยเครื่องตกกี่เครื่อง ก็คูณ 4 เข้าไป
ม้าปฏิเสธเครื่อง โดยเบรคหน้าเครื่องกีดขวาง หรือ หลบออกทางข้างทั้งซ้ายและขวา โดย ถ้าปฏิเสธครั้งที่ 1 จะเสีย 4 คะแนน เช่นเดียวกับเตะเครื่องตก แต่ถ้าเกิดปฏิเสธครั้งที่ 2 แสดงว่าม้าไม่พร้อมที่จะแข่งขัน ต่อไป ต้องถูกให้ออกจากการแข่งขัน ( Elimination )
คะแนนเสียจากการใช้เวลาเกิน ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ผู้บรรยายสนาม จะประกาศให้ทราบถึง เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน ด้วยกัน 2 ประเภทเวลา คือ
เวลาที่ยินยอม ( Time Allowed ) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำเวลาในการผ่านจากเส้นเริ่มต้น ( Start Line ) จนถึงเส้นจบ ( Finish Line ) น้อยกว่าเวลา Time Allowed ที่กำหนด แต่ถ้าใช้เวลาเกิน จะมีคะแนนเสียเพิ่มขึ้น อีก 4 วินาทีต่อ 1 คะแนน ยกตัวอย่างเช่น Time Allowed คือ 97 วินาที แต่ นาย ก กับม้า A ทำเวลาได้ 99วินาที ซึ่งเกิน Time Allowed 2 วินาท(อยู่ใน 4 วินาทีแรก)

            ก็จะทำให้ นาย ก กับม้า A มีคะแนนเสียเพิ่มจากคะแนนเสียจากการกระโดด อีก 1 คะแนน …ใน Case เดียวกัน หาก นาย ข กับม้า B ทำเวลาได้ 103 วินาที ซึ่งเกิน Time Allowed 7 วินาที (อยู่ใน 4 วินาทีที่สอง) ก็จะทำให้นาย ข กับม้า B มีคะแนนเสียเพิ่มจากการกระโดด อีก 2 คะแนน เป็นต้น
Time Limit หรือเวลาที่กำหนดจะเท่ากับ 2 เท่าของ Time Allowed ยกตัวอย่างเช่น Time Allowed เท่ากับ 97 วินาที ดังนั้น Time Limit จะเท่ากับ 194 วินาที เป็นต้น ผู้ขี่ม้าจะต้องทำเวลาได้ภายใน Time Limit ที่กำหนด ถ้าเกินแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวจะต้องออกจากการแข่งขัน (Elimination)
ถ้าผู้เข้าแข่งขันตกม้า ต้องถูกออกจากการแข่งขัน( Elimination)

Eventing อีเวนท์ติ้ง
             เป็นประเภทกีฬาขี่ม้าที่รวม เอา ทั้ง Dressage และ Show jumping มารวมกัน โดยเพิ่มในส่วนของ Cross Country หรือ การขี่ม้าในภูมิประเทศเข้าไปด้วย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกีฬาว่ายน้ำประเภทผสม ซึ่งมีการรวมเอาหลายท่าไม่ว่าจะเป็นผีเสื้อ, Freestyle , กรรเชียงและกบมาแข่งขัน เฉกเช่นเดียวกับที่ Eventing กำหนดให้ผู้ขี่และม้าตัวเดิมจะต้องผ่านทั้ง Dressage, Cross Country และ Show jumping ในด่านสุดท้ายซึ่งใครที่ผ่านทั้ง 3 ด่านแล้วมีคะแนนเสียน้อยที่สุด จะเป็นผู้ชนะ กีฬาประเภทนี้ไม่สามารถแข่งจบภายในวันเดียว

             เพราะฉะนั้นผู้ชมจะต้องทราบผลคะแนนของแต่ละประเภท ของนักกีฬาและม้าแต่ละคน โดยดูได้จากบอร์ดคะแนน ซึ่งเมื่อกรรมการรวมคะแนนเสร็จแล้วจะนำมาประกาศภายหลังจากจบการแข่งขันในแต่ ละประเภทเพื่อให้ทราบทั่วกัน โดยเริ่มจากการแข่งขันใน Dressage ซึ่งการแข่งขันก็จะเหมือนกับ Dressage ทั่วไป เพียงแต่เอาคะแนนที่ทำได้ ลบด้วยคะแนนเต็มทั้งหมด ซึ่งจะเป็นคะแนนเสียสะสม ซึ่งจะไปรวมกับ คะแนนเสียในส่วนของ Cross Country ซึ่งม้า จะต้องวิ่งไปตาม Couse Plan ที่ผู้ออกแบบสนาม ได้กำหนดไว้และกระโดดข้ามเครื่องขวางที่ถูกสร้างขึ้นในภูมิประเทศที่แตกต่าง กันไป โดยที่ผู้ขี่และม้ามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเครื่องได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะถูกตัดคะแนน 20 คะแนน ในครั้งที่ 3 จะถูกให้ออกจากการแข่งขัน

           โดยจะปฏิเสธในเครื่องกีดขวางเครื่องเดียวกันได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ปฏิเสธครั้งที่ 1 คงเสีย 20 คะแนน ถ้ายังปฏิเสธครั้งที่ 2 อีกก็จะ เสียคะแนนเพิ่มอีก 40 คะแนน ถ้ายังมีครั้งที่ 3 ต้องถูกให้ออกจากการแข่งขัน ส่วนการตกม้าใน Cross Country นั้น ไม่อนุญาติให้มีการตกม้า ต้องออกจากการแข่งขันเท่านั้น โดยรายละเอียดของกติกาค่อนข้างจะซับซ้อนพอสมควร ถ้าจะศึกษากันจริง ๆ จะต้องเข้าอบรมเพราะรายละเอียดจะมีค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนใหญ่ผลแพ้ชนะ ผู้ชมสามารถมาลุ้นเอาที่ประเภทสุดท้าย คือ Show jumping ได้ โดย ขอทราบรายละเอียดคะแนนของ 2 ประเภทแรกได้จากกรรมการ แล้วนำมาคิดรวม กับคะแนนเสียใน Show jumping วันสุดท้าย ซึ่งหลักการคิดในปัจจุบัน FEI. ปรับ ให้มีการคิดคะแนนเหมือนใน Show jumping ทั่วไป ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ไม่สับสน ต่างกันนิดหน่อยตรงที่การคิดคะแนนเสียจากการใช้เวลาเกิน Time Allowed มีคะแนนเสียเพิ่ม วินาทีละ 1 คะแนน และอนุญาติให้ตกม้าได้ครั้งนึง โดยมีคะแนนเสีย 8 คะแนน แต่ถ้าตกม้าครั้งที่ 2 ต้องออกจากการแข่งขัน Elimination

หลุดกรอบรายได้ปานกลางของโลกยุคใหม่ด้วยระบบการศึกษา

admin No Comments

การศึกษานั้นมีเป้าหมายหลายประการด้วยกัน ตั้งแต่การปลูกฝังบ่มเพาะ การสร้างเสรีภาพทางความคิด และการเตรียมความพร้อมให้เด็กซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือครอบครัวให้มีความพร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และก้าวออกมาสู่พื้นที่สาธารณะ ฯลฯ ขณะที่โลกในปัจจุบัน เยาวชนได้กลายมาเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจและสังคม หน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งด้านหนึ่งของการศึกษาจึงหนีไม่พ้นบทบาทในการเตรียมความพร้อมให้มนุษย์สามารถประกอบอาชีพได้เต็มความสามารถ

การเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับการประกอบอาชีพ ทำให้การศึกษาเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ข้อแรกเพราะ สถานศึกษานั้นผลิต “ทุนมนุษย์” ให้แก่แรงงานที่จะเข้าไปทำงานในระบบเศรษฐกิจ ข้อสองคือ การผลิตนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านการทำวิจัยและพัฒนา

ความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ

ทุนมนุษย์ และ เทคโนโลยี นั้นเป็นสองสิ่งที่ต้องมีประกอบกัน เนื่องจาก เทคโนโลยีเป็นเงื่อนไขเบื้องต้น ส่วนทรัพยากรมนุษย์ที่มีทุนมนุษย์สูง (ความรู้สูง) คือเงื่อนไขจำเป็น ที่จะเพิ่มมูลค่าของเทคโนโลยีได้สูงสุด คำถามก็คือ ทุนมนุษย์ดังกล่าวสร้างได้อย่างไร คำตอบได้แก่ “การศึกษาในโรงเรียน” และ “การเรียนรู้จากการลงมือทำจริง” (Learning by Doing) หรือหากจะกล่าวให้คล้องจองกันก็คือ “การศึกษาในโรงงาน” นั่นเอง

ปัจจุบันประเทศไทยมีระดับทุนมนุษย์มากน้อยเพียงใดนั้นอาจจะวัดได้ยาก ในที่นี้จึงขอยกดัชนีเพียงบางตัว เพื่อมาเป็นตัวอย่าง เช่น ดัชนีที่สะท้อนความสามารถการผลิตของแรงงาน (Labor Productivity) ของประเทศไทยเปรียบเทียบเป็นร้อยละกับประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Countries) จะพบว่า ในภาคอุตสาหกรรมไทย แรงงานของเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เพียงไม่เกินร้อยละ 16 ของ OECD เท่านั้น

education3.jpg

จากข้อเท็จจริงนี้ อาจตีความได้ว่าตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพัฒนามากขึ้นด้วยความเร็วระดับหนึ่ง (ไม่ได้หยุดนิ่ง) ทว่าความเร็วดังกล่าวยังเร็วไม่พอที่จะไล่กวดประเทศพัฒนาแล้วได้ทัน ระยะห่างของไทยและประเทศพัฒนาแล้วยังคงที่ ไม่ใกล้มากขึ้น บางครั้งเราจึงเรียกสถานการณ์เช่นนี้ว่า “กับดักรายได้ปานกลาง” คำถามก็คือ ทำไมเราจึงติดกับดัก และคำตอบอาจจะอยู่ที่การศึกษาซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจมากเพียงพอ

งานศึกษาของ Kanchoochat (2014) ได้รวบรวมงานวิจัยที่ศึกษาเรื่องกับดักรายได้ปานกลางและสรุปว่า มาตรการสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ประเทศหลุดจากกับดักนี้ได้ ได้แก่ การทำให้การศึกษามีลักษณะที่เหมาะสม ซึ่งหมายถึงไม่ใช่แค่เรียนสูง แต่ต้องเรียนอย่างมีคุณภาพด้วย และควรตอบโจทย์ รวมถึงนำโจทย์ให้แก่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ด้วย

ในปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “บริบทใหม่” ในฐานะหนึ่งในสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) จึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า การศึกษาที่ดีทั้งในโรงเรียนและในโรงงานกำลังถูกท้าทายอย่างไร และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไรบ้าง

education4.png
© flickr.com/Photos/Don Harder

                        การศึกษาไทยและความท้าทายในบริบท AEC
ความท้าทายที่ 1: การเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับภาคเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า มาตรการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับภาคการผลิตนั้นเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่ง ที่จะพาประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ประเทศไทยเองก็เข้าใจถึงความสำคัญข้อนี้ดี ดังนั้นบุคลากรในภาคการศึกษา จึงมักถูกถามเสมอเวลาตั้งหลักสูตรใหม่ๆ ว่า ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจหรือไม่ เด็กจบไปจะมีงานหรือเปล่า หรือแม้แต่งานวิจัยในระยะสิบปีที่ผ่านมานี้ ก็ต้องมุ่งเป้าพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำหนดมาเป็นหลัก

ทว่าสิ่งที่สังเกตได้ก็คือ กระบวนทัศน์ในการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับภาคเอกชน ในปัจจุบันยังมักที่จะมุ่งมองถึงตลาดภายในประเทศ (Domestic Market) มากกว่าที่จะมองไปสู่ระดับภูมิภาคหรือระดับนานาชาติ และนั่นก็ทำให้ระดับความรู้และเทคโนโลยีที่มหาวิทยาลัยผลิต ผูกติดอยู่กับศักยภาพราวร้อยละ 16 ของประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น การจะหลุดจากกับดักนี้ได้เราจึงต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น เป็นไปได้หรือไม่ที่มหาวิทยาลัยจะร่วมทำวิจัยเพื่อตอบโจทย์ให้แก่กลุ่มทุนเอกชนของเกาหลีใต้ ซึ่งจะทำให้การไล่กวดทางความรู้ทำได้เร็วยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน เป็นไปได้หรือไม่ที่เอกชนไทยจะจ้างมหาวิทยาลัยในประเทศพัฒนาแล้วทำวิจัย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเอกชนไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะใน AEC ยังอาจจะสร้างความร่วมมือ เป็นพันธมิตรทางวิชาการและธุรกิจได้ด้วย

education5.png

ความท้าทายที่ 2: จากสงครามสมองไหล สู่การแบ่งปันภูมิปัญญาระหว่างประเทศ
ในบริบทของ AEC ข้อเสนอที่สำคัญประการหนึ่งคือการสนับสนุนให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพประกอบไปด้วยแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ สถาปนิก วิศวกร นักบัญชี นักสำรวจ และกลุ่มอาชีพด้านการท่องเที่ยว ถึงแม้ว่ารายงานล่าสุดจะบ่งบอกว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานผ่านกรอบความร่วมมือ AEC ในอาชีพเหล่านี้ยังไม่สูงมากนัก แต่มันก็ได้ให้เบาะแสถึงความสำคัญของประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานในระดับภูมิภาค

ทำไมประเด็นนี้ถึงสำคัญ สาเหตุเพราะปัจจุบัน เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานคนเก่ง (Talent) ทั่วโลก โดยในประเทศพัฒนาแล้ว ปัญหาเหล่านี้น่าจะเกิดจากภาวะสังคมสูงวัย (Aging Society) เป็นหลัก ทำให้ขาดแคลนแรงงานรุ่นใหม่ กลับกันสำหรับประเทศกำลังพัฒนา ปัญหาคือการขยายตัวของการศึกษาที่มีคุณภาพ ทำได้ช้ากว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผลคือประเทศเหล่านี้จะขาดแคลนคนเก่งที่จะรองรับเศรษฐกิจระดับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนได้แก่ งานศึกษาของ VanNoorden (2012) ซึ่งได้สำรวจนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 17,000 คนใน 16 ประเทศและพบว่า กว่าร้อยละ 57 ของนักวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์เป็นชาวต่างชาติ นอกจากนี้ แคนาดาและออสเตรเลีย ก็เป็นอีกสองประเทศที่มีการจ้างงานนักวิจัยต่างชาติมากกว่านักวิจัยท้องถิ่น (เพราะคนเก่งในท้องถิ่นมีไม่พอ) ในขณะที่อินเดียต้องสูญเสียนักวิจัยเก่งๆ ไปในต่างประเทศจำนวนมากถึงกว่าร้อยละ 40 เป็นต้น

เมื่อคนเก่งขาดแคลน สงครามจึงเกิด ประเทศต่างๆ ได้ริเริ่มโครงการที่จะดึงดูดคนเก่งไปทำงานให้กับประเทศตนเองอย่างแข็งขัน อาทิ มาเลเซียได้จัดตั้ง TalentCorp ขึ้นเพื่อดึงดูดคนเก่งที่ทำงานในต่างประเทศให้กลับไปทำงานในประเทศของตน ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนก็เช่นกัน ที่ได้ริเริ่มโครงการ 1,000 Talent Plan ขึ้นโดยให้สิทธิประโยชน์แก่คนเก่งที่เป็นเป้าหมาย อาทิ เงิน 1 ล้านหยวนและงานที่ดี ซึ่งสิทธิเหล่านี้คำนึงถึงคู่สมรสและบุตรด้วย

โครงการลักษณะเดียวกันนี้ยังปรากฏในสิงคโปร์ (Agency for Science, Technology and Research: A*STAR) และประเทศไทย (Talent Mobility Program and Clearing House)  แต่การดึงดูดคนเก่งระหว่างกันนี้ หากไม่ระวัง ก็อาจจะนำมาสู่ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจมากกว่าความร่วมมือ และคงทำให้การรวมตัวอย่างแน่นแฟ้นใน AEC ยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น

แล้วเราจะรับมือปัญหานี้ได้อย่างไร  ข้อเสนอหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือ การสนับสนุนให้คนเก่งเคลื่อนไหวในภูมิภาค AEC แบบสั้นๆ มากกว่าจะเป็นไปแบบถาวร การเคลื่อนไหวเช่นนี้จะส่งผลดีทั้งต่อประเทศผู้รับคนเก่ง และประเทศที่ส่งออกคนเก่งเหล่านั้นไปทำงาน ตัวอย่างเช่น หากคนเก่งดังกล่าวไปทำงานในประเทศที่มีเทคโนโลยีสูง ก็จะได้รับการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยีมาด้วย เมื่อกลับประเทศของตน ก็จะทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีกลับไป

ดังนั้น การที่ยอมให้คนเก่งไปทำงานที่ประเทศอื่นจึงไม่ใช่สมองไหล (Brain Drain) แต่เป็นการส่งไปเรียนรู้ (Brain Gain) การหมุนเวียนของมันสมองเหล่านี้ (Brain Circulation) ทำให้ประเทศต่างๆ สามารถแบ่งปันประโยชน์จากภูมิปัญญาของคนเก่งในภูมิภาคได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากความขัดแย้ง ทว่าการจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้นั้น การศึกษามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เรียน ทั้งในแง่ของภาษาและความยืดหยุ่นปรับตัวทางวัฒนธรรม

education7.jpg
© robohub.org

ความท้าทายที่ 3: การปรับตัวเพื่อรับมือกับการไหลเวียนของ “ทุนหุ่นยนต์”
โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ทุนคอมพิวเตอร์ (Computer Capital) อันได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์ต่างๆ สามารถทดแทน “แรงงานฝีมือ” ได้อย่างมีนัยสำคัญ งานศึกษาของ Frey & Osborne (2013) ประเมินว่า แรงงานกว่าร้อยละ 43 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในอเมริกามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ในอีก 20 ปีข้างหน้า

ความน่าหวาดวิตกนี้เข้มข้นขึ้นไม่น้อยเมื่อปัญญาประดิษฐ์ AlphaGo ได้รับชัยชนะเหนือ Lee Sedol ในเกมดวลโกะไปถึง 4-1 ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้น ภาคการศึกษาจึงต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทัน กล่าวคือ นักเรียนนักศึกษาในทศวรรษถัดไปจากนี้จะต้องรู้ภาษาที่สาม ได้แก่ ภาษาคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่า หุ่นยนต์เหล่านี้อาจจะยังคืบคลานมาสู่ประเทศกำลังพัฒนาที่ค่าจ้างแรงงานต่ำได้ไม่เร็วนัก แต่จะมาถึงอย่างแน่นอน

มหาวิทยาลัยยังอาจจะต้องคำนึงถึงการศึกษาและงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (Technological Capability) ที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างแรงงาน ส่วนภาคเอกชนก็ต้องเรียนรู้ที่จะไล่กวดเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ทัน เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต

education8.jpg
© profilephotolibrary

ความท้าทายที่ 4: เอกชนไทย ต้องเรียนรู้ด้วยแต้มต่อที่น้อยลง
ดังที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า การศึกษาในความหมายอย่างกว้างนั้นไม่ได้จบลงเมื่อเรียนจบจาก “โรงเรียน” เท่านั้น แต่การศึกษายังอยู่ในโรงงาน (หรือสถานที่ทำงานอื่นๆ) ผ่านการเรียนรู้ของทั้งนายทุนและลูกจ้างอีกด้วย โดยนายทุนต้องเรียนรู้ที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ลูกจ้างก็จะต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเหล่านั้น เพื่อแปลงให้กลายเป็นสินค้า การเรียนรู้ในโรงงานนี้จะส่งผลอย่างมากต่อมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์

ในอดีต รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งพยายามไล่กวดประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ มักใช้มาตรการสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ อาทิ การตั้งกำแพงภาษี การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน หรือการอุดหนุนสิทธิประโยชน์ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้กลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่สามารถเรียนรู้ สะสมทุน และขยายกิจการ จนกระทั่งเข้มแข็งเพียงพอที่จะต่อกรกับประเทศพัฒนาแล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ผ่อนคลายมาตรการให้เกิดการค้าเสรีไปเป็นลำดับ

ทว่าในบริบทที่การค้าเสรีถูกทำให้กลายเป็นมาตรฐานของโลก การที่ประเทศไทยได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเออีซีแล้วในวันนี้ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม มาตรการแทรกแซงเพื่ออุดหนุนเอกชนภายในประเทศ และมาตรการกำแพงภาษีจึงกำลังประสบข้อจำกัดอย่างยิ่งยวด ทำให้เอกชนไทยไม่มีแต้มต่ออีกต่อไป เอกชนไทยจึงต้องเรียนรู้ “ด้วยตนเอง” ให้หนักขึ้น ยากลำบากมากยิ่งขึ้น แต่นั่นก็เป็นหนทางสายบังคับที่เอกชนไทยต้องฝ่าฟันไปให้ได้

การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเออีซี ส่งผลให้เราต้องตระหนักถึงภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ ด้าน อาทิ การเชื่อมโยงของการศึกษาและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค การเคลื่อนไหวของแรงงานโดยเฉพาะคนเก่ง การไหลเวียนของทุน โดยเฉพาะทุนคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี  ไปจนถึงการไหลเวียนของสินค้า หรือการลดลงของกำแพงและมาตรการอุดหนุนภายในประเทศ

ความท้าทายเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณไปในทางเดียวกันว่า การศึกษาในโรงเรียนและในโรงงานของประเทศไทย ต้องปรับตัวขนานใหญ่เพื่อรับมือกับอนาคตที่มาถึงแล้ว หากประเทศไทยสามารถปรับกระบวนทัศน์ของการเรียนรู้ได้ทัน การหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง และความมั่งคั่งของชาติก็คงจะตามมา ในทางกลับกัน หากการศึกษายังไม่ปรับตัว และทุนหรือแรงงานไม่สามารถเรียนรู้ได้เร็วพอ เราก็คงถูกกลบกลืนหายไปในกระแสการพัฒนาที่ไหลเชี่ยวของโลกใบนี้ในที่สุด