นิบิรุ (Nibiru)

นิบิรุ (Nibiru)

admin No Comments

หลายๆ คนรู้ๆ กันดีว่าในระบบสุริยะของเรานี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมามากมาย คุณรู้หรือไม่ว่าในระบบสุริยะของเรานั้นนอกจากมันจะประกอบไปด้วยดาวเคราะห์ทั้งหมดแปดดวงแล้ว

นอกจากนี้มันยังดาวเคราะห์แคระ ดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย และวัตถุต่างๆ อีกมากมาย คุณรู้หรือไม่ว่าในระบบสุริยะที่เราคุ้นเคยกันดี และได้ยินกันบ่อยๆ นี้ คุณแน่ใจหรือว่าคุณรู้จักมันดีพอแล้ว ถึงแม้ว่าระบบสุริยะนี้เราจะคุ้นเคยแค่ไหน แต่รับรองได้เลยว่าคุณยังรู้จักมันทั้งหมดแน่นอน

มีบางอย่างที่เกิดขึ้นมามากมาย โดยที่บางที่เราก็รู้จักและไม่รู้จัก สิ่งที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ บางทีอาจจะไม่เป้นความจริงก็ได้ แต่บางเรื่องที่เราไม่เคยได้ยิน  แต่เรากลับเชื่อจนสนิทใจกับสิ่งที่เราพึ่งได้ยินเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าสิ่งที่ได้ยินมาจะมาจากบุคคลที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยก็ตาม ดาวเคราะห์ต่างมากมมายในระบบสุริยะของเรานี้

มีทั้งดวงที่เราสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง แต่บางดวงก็เป็นเพียงดาวที่มีการสมมติขึ้นมาเท่านั้น นิบิรุเป็นหนึ่งในดาวสมมติที่มีความเชื่อกันว่ามันอาจจะแอบซ้อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในระบบสุริยะของเราและในขณะที่องค์การนาซ่าบอกว่ามันไม่ได้มีอยู่แต่นักทฤษฏีสมคบคิด  ก็ยังเชื่อว่ามันมีอยู่จริง และมันยังจะพุ่งชนเข้ากับโลก

ซึ่งมีคนบางกลุ่มเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงในช่างศตวรรษที่ 21 สำหรับในกรบันทึกนั้นนิบิรุ ได้ถูกเรียกว่าดาวเคราะห์ดาวเคราะห์เอกซ์ ซึ่งนิบิรุได้มีการถูกเสนอครั้งแรกในปี 1976 ในหนังสื่อ THE 12th PLANET ที่ได้มีการถูกเขียนขึ้น

โดย Zecharia Sitchin ซึ่งเขาก็ได้อ้างว่านิบิรุนั้นจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุกๆ 3,600 ปี ซึ่งหลายปีต่อมาก็ได้มีร่างทรงนามว่า Naucu Lieder เธอได้ประกาศตนเองว่ามนุษย์ต่างดาวได้เตือนเธอว่านิบิรุจะพุ่งชนเข้ากับโลกในปี 2003 และเธอก็ได้เปลี่ยนมาเป็นปี 2012

แต่ถ้ามาว่าจนถึงในตอนนี้  ก็ยังไม่ได้เกิดเหตุการณ์ที่ว่านี้ขึ้นมาแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าในปี 2011 จะมีดาวหาง Elenin พุ่งตรงผ่านโลกของเราไปและได้แตกสลาย  หลังจากที่มันได้เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเกินไป ซึ่งนักทฤษฏีสมคบคิดเชื่อกันว่าดาวหางดวงนั้นเป็นดาวเคราะห์นิบิรุ  ที่โคจรจรเข้ามานเส้นทางที่จะพุ่งชนเข้ากับโลกซึ่งมันก็พลาดไป แต่มันก็จะกลับมาอีกครั้งใน 3,600  ปีข้างหน้า

 

 

สนับสนุนโดย    gclub มือถือ ทดลองเล่น

ไร้แรงโน้มถ่วง

admin No Comments

อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าโลกของเรานั้นอาศัยอยู่ในระบบสุริยะ ที่มีดวงดาวต่างๆ อยู่มากมาย และระบบสุริยะของเราก็เป็นเพียงระบบ ระบบหนึ่งในดาราจักรทางช้างเผือกเท่านั้น ระบบสุริยะที่ว่าเป็นที่อยู่ของโลก ดวงอาทิตย์และดาวบริวารของดวงอาทิตย์นั้นก็คือดาวเคราะห์ในระบบนั้นเอง คุณคิดว่าคุณรู้จักระบบสุริยะของเราดีแค่ไหนกัน ในสิ่งที่คุณรู้อาจจะยังไม่ใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมันก็ได้ 

หลายๆ คนคิดว่าระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ในระบบสุริยะนั้นไม่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มก็ได้ เพราะเรานั้นรู้จักกันดีอยู่แล้วเพราะมันเป็นระบบที่ใกล้ตัวของเราที่สุด แล้วคุณแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณรู้จักมันดีมากพอแล้ว แต่อย่าพึ่งได้ใจไปเพราะมันไม่มีอะไรที่แน่นอน โลกของเรา  คุณคิดว่าคุณรู้จักมันดีมากพอหรือยัง แน่นอนว่ายังคุณยังไม่รู้จักมันดีมากพอ 

แรงโน้มถ่วงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้เรานั้นสามารถยืนหรือทำสิ่งต่างๆ บนโลกได้โดยที่เราไม่ลอยออกไปยังอวกาศที่กว้างใหญ่และไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงที่นักบินอวกาศหลายคนจะรู้ศึกว่าไร้น้ำหนักในอวกาศ  และพวกเขาก็จะลองลอยได้อย่างอิดสระเฉกเช่นที่เราเคยได้เห็นกันในภาพยนตร์ ราวกับว่าในอวกาศนั้นไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง แต่เมื่อคุณนั้นได้อยู่ในวงโคจรรอบวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวคุณนั้นก็จะอยู่ภายใต้อิทธิพลพลของแรงโน้มถ่วงจากที่อื่นเสมอ 

ยกตัวอย่างเช่นสิ่งที่เกิดขึ้นบนสถานีอวกาศนานาชาติที่แม้ว่าคุณจะเห็นนักบินอวกาศ  และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในยานลองลอยได้อย่างอิดสระ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในระดับความสูง 400 กิโลเมตร ของสถานีอวกาศนานาชาตินั้นไม่สามารถทำให้น้ำหนักของคุณเป็นศูนย์ได้ และถ้าหากว่าเรามีการสร้างตึกสูง 400 กิโลเมตร สูงขึ้นไปบนอวกาศแล้วลองชั่งน้ำหนักดูเราจะพบว่าน้ำหนักของเราไม่ได้แตกต่างไปจากบนโลกเท่าไหร่เลย แถมเรายังจะสามารถที่จะเดินหรือยืนได้อย่างปกติเฉกเช่นกับที่เรานั้นยืนอยู่บนผิวโลกของเรา 

ด้วยความสูงที่ระดับ 400 กิโลเมตร แรงโน้มถ่วงนั้นจะลดลงไปเพียง 13% เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ทำให้เราลอยได้ แต่ทำไมนักบินอวกาศนานาชาติที่อยู่บนยานอวกาศถึงอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก และคำตอบที่ได้ก็คือการที่เรายืนอยู่บนอาคาร อาคารมันอยู่นิ่งๆ แต่กลับกันสถานีอวกาศกำลังโคจรรอบโลก

ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือการที่สถานีอวกาศโคจรรอบโลกก็เปรียบเหมือนกับลิฟต์ที่กำลังตกลงมา และถ้าหากเราขึ้นลิฟต์แล้วเกิดสะลิงขาดช่วงเวลาก่อนที่เราจะถึงพื้นเราและลิฟต์  จะตกลงมาพร้อมกันซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นทำให้เราไม่ถูกแรงโน้มถ่วงดึงให้ติดกับผนังหรือพื้นด้านใดด้านหนึ่งนั้นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

แถบดาวเคราะห์มีความหนาแน่น

admin No Comments

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีต  จนถึงปัจจุบันมันมีบางสิ่งที่เรานั้นสามารถค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการเกิดหรือการมีอยู่ของมันได้  แต่ก็มีอยู่หลายสิ่งเช่นเดียวกันที่เราไม่สามารถบอกได้ว่า  มันคืออะไรกันแน่ มันเกิดขึ้นมาได้อย่าง แต่ก็ใช่ว่าเมื่อไม่รู้และยังหาคำตอบไม่ได้แล้วจะมีการหยุดศึกษา แต่เปล่าเลยยิ่ง  สิ่งนั้นหาคำตอบยาก  แต่ไหนมันยิ่งเป็นสิ่งที่บอกว่าพกเรานั้นไม่ได้เก่งที่สุด ดังนั้นจึงต้องพยายามค้นหาคำตอบให้เจอเร็วๆ

แน่นอนว่ามีหลายๆ คนที่รู้จักดาวเคราะห์ที่มีวงแหวน   ที่อยู่ในระบบสุริยะของเราอย่างแน่นอน เพราะพวกมันเป็นอะไรที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก สำหรับดาวเคราะห์ที่มีวงแหวนในระบบสุริยะ ของเรามีอยู่สองดวงด้วยกันคือ ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ซึ่งวงแหวนของพวกมัน  ยังเป็นสิ่งที่น่าทึ้งเอามากๆ อีกด้วย ในระบบสุริยะที่ว่ายังมีอีกสิ่งที่เราควรจะรู้จัก นั่นคือ Asteroid Belt

หรือก็คือแถบดาวเคราะห์นั่นเอง ซึ่งแถบดาวเคราะห์ที่ว่ามันจะทำหน้าที่แยกดาวเคราะห์ชั้นใน และดาวเคราะห์ชั้นนอกออกจากกัน Asteroid Belt ที่ว่านี้มันเป็นชื่อที่ชัดเจนเพราะมันเป็นวงแหวน  ของดาวเคราะห์น้อยและเศษซากอื่นๆ ในอวกาศที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งในภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอวกาศมักจะนำส่วนนี้มาใช้อยู่เสมอ

โดยที่ปกติแล้วในภาพยนตร์จะแสดงให้เห็นว่าแถบดาวเคราะห์น้อยที่ว่านี้จะเป็นพื้นที่ ที่เต็มไปด้วยดาวเคราะห์ที่ลอยตัวอยู่ในอวกาศอย่างหนาแน่นและกลุ่มเมฆหินที่หนาทึบ ซึ่งยานอวกาศที่หลงเข้าไปจะต้องหลบหลีกอุปสรรค  เหล่านี้ให้ได้ เพื่อที่นำตัวยานข้ามอีกด้านหนึ่ง  มีหลายๆ คนที่คิดว่าแถบดาวเคราะห์ที่เราเห็นในภาพยนตร์นั้นเหมือนกับความเป็นจริง แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าคุณคิดผิด

เพราะถ้าหากให้เทียบกันดาวเคราะห์น้อย  กับโลกของเราจากพื้นดินของดาวเคราะห์น้อยขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็ไม่ได้ต่างไปจากพื้นดินกับท้องฟ้าบนโลกของเราเลย ที่เครื่องบินจะสามารถไต่เพดานบนได้สบายๆ โดยอีก  ทั้งดาวเคราะห์น้อยแต่ละดวงนั้นยังอยู่ห่างใกล้กับพอสมควรและมัน   ก็มีระยะห่างกันที่มากพอสำหรับยานอวกาศ  ที่จะสามารถเดินทางผ่านมันได้

ซึ่งโอกาสที่จะเกิดการชนกันระหว่างดาวเคราะห์น้อย  กับยานอวกาศนั้นมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกี่ยวกับแถบดาวเคราะห์น้อยที่ว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เรา  ยกขึ้นมาพูดเพียงเท่านั้น เพราะมันยังมีเรื่องที่เกี่ยวกับแถบดาวเคราะห์น้อยให้เราได้ศึกษากันอยู่อีกมากมาย 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ดาว EBLM J0555-57Ab

admin No Comments

ดาวนับล้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ที่เรามักจะมองเห็นในเวลากลางคืนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อยู่นอกโลกของเราทั้งนั้น บางคนชอบที่จะมองแสงของมันในยามราตรีที่ถึงจะไม่สว่างมากเท่ากับแสงของด้วยอาทิตย์ในเวลากลางวันแต่ก็ยังชอบ ชอบที่มันเป็นดาวที่ยังมีแสงสว่างที่ไม่ได้สว่างมาก แต่บางคนชอบที่จะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแต่มีแสงแดดอุ่นๆ และทำให้เราได้ชดชื่น 

ในโลกของเราใบนี้นั้นคุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าต้นหรือพืช  ถ้าไม่มีแสงแดดจากดวงอาทิตย์พวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ไม่ แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็คือ มันไม่สามารถอยู่ได้แน่นอนเพาะไม่มีแสงที่จะนำมาสังเคราะห์แสง และแน่นอนว่าถ้าไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์จะมีแต่พืชและต้นไม่ที่จะอยู่ไม่ได้ มนุษย์อย่างเราก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้เช่นเดียวกัน

ถ้าหากว่าขาดแสงจากดวงอาทิตย์ไป เมื่อถึงดวงอาทิตย์แล้วอย่างที่เราทราบกันดีว่ามันก็คือดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุด สำหรับดาวฤกษ์หรือดวงที่ไม่ได้เป็นดาวฤกษ์มีอยู่อย่างมากมายในจักรวารที่กว้างแห่งนี้ ละสำหรับวันนี้ถ้าหากจะพูดเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ก็คงจะเป็นอะไรที่ง่ายเกิดไป ดังนั้นเรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับดาวที่มีชื่อว่าดาว EBLM J0555-57Ab ดูเหมือนว่าดาวฤกษ์ในส่วนมากจะต้องมีขนาดที่ใหญ่โต

แต่ถ้าหากว่ามันก็คงจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะดารฤกษ์บางดวงนั้นมันอาจจะมีขนาดที่เล็กกว่าที่เราคิดเอาไว้ก็ได้ และซึ่งมันอาจจะเล็กกว่าขนาดของดาวเสาร์อีก ถ้าหากนำเอาดาวเสาร์มาเทียบกับโลกแล้วนั้นโกของเราจะมีขนาดที่เล็กมาก แต่ดาวเสาร์ที่ว่าใหญ่แต่มันก็ยังเล็กกว่าดวงอาทิตย์อยู่มาก

แต่อย่างไรก็ตามนักดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบดาวฤกษ์ที่มีขนาดเท่ากับดาวเสาร์ซึ่ง ดาวดวงนั้นก็คือ ดาว EBLM J0555-57Ab ที่เราได้กล่าวไว้เบื้องต้นนั้นอง ดาวดวงนี้ตั้งอยู่หางจากโลกของเราออกไป 600 ปีแสง ถ้าหากว่าดาวฤกษ์มีขนาดที่เล็กกว่านี้ดาวฤกษ์จะไม่มีแรงกดดันภายในเพียงพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียสฟิวชันได้ และแม้ว่าดาว EBLM J0555-57Ab นี้จะมีขนาดที่เล็กไป

หน่อยแต่ขนาดเท่ารี้ก็ยังคงเหมาะสมที่จะตอบสนองความต้องการของมวลขั้นต่ำที่จะเกิดปฏิกิริยานิวเคลียสฟิวชัน ซึ่งมันเป็นกระบวนการของดาวฤกษ์ ที่จะก่อให้เกิดความร้อนเละแสง อย่างไรก็ตามถ้า ดาว EBLM J0555-57Ab มีขนาดที่เล็กลงกว่านี้มันอาจที่จะต้องเปลี่ยนสถานะจากดาวฤกษ์มาเป็นดาวแคระน้ำตาลก็เป็นได้ 

 

 

สนับสนุนโดย    คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

ดาวVega

admin No Comments

อย่างที่เราทราบกันดีว่าโลกของเรานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบสุริยะ  แต่ระบบสุริยะก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดเพราะสิ่งที่ใหญ่กว่าระบบสุริยะนั้นก็คือ กาแลกซี่ สำหรับกาแลกซี่ที่ระบบสุริยะและโลกของเราอาศัยอยู่นั้นมีชื่อว่ากาแลกซี่ทางช้างเผือกนั้นเอง แน่นอน ว่ากาแลกซี่ทางช้างเผือกนั้นก็ไม่ได้ใหญ่ที่สุดเพราะมันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในจักรวารของเราเท่านั้น และอย่างที่เรารู้กันว่าในจักรวารหรือในระบบสุริยะของเรานั้นมีดาวฤกษ์อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าดาวฤกษ์ดวงที่ใกล้โลกของเราที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นดวงอาทิตย์แน่นอน

ดาวฤกษ์ที่เรารู้จักกันดีในระบบสุริยะนั้นก็คือดาวอาทิตย์  แต่แน่นอนดาวอาทิตย์ไม่ได้เป็นดาวฤกษ์เพียงแค่ดวงเดียวแน่ในจักรวารที่กว้างใหญ่แห่งนี้ เพราะนอกจากดาวฤกษ์ระบบสุริยะแล้วยังมีดาวฤกษ์ที่อยู่นอกระบบสุริยะอีกมากมายหลายดวงอีกด้วย  สำหรับในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับดาวฤกษ์ที่มีชื่อว่า    ดาวVega หรือเราจะเรียกดาวดวงนี้อีกชื่อหนึ่งว่า Alpha Lyrae(AlphaLyr)

ดาวฤกษ์ดวงนี้มันเป็นดาวฤกษ์ที่มีความสว่างที่สุดในกลุ่มดาวกลุ่มดาวพิณ  และยังสว่างที่สุดเป็นอันดับห้าในกลุ่มท้องฟ้ายามราตรี และยังเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดเป็นอันดับสองในซีกฟ้าเหนือรองจากดาว Arcturus หรือดาวดวงแก้ว โดยที่ดาว Vegaจะอยู่ค้อนข้างใกล้กับโลก

ซึ่งจะมีระยะห่างจากโลก 25 ปีแสง อีกทั้งดาวVega และดาวArcturus ก็ถือว่าถือว่าเป็นกลุ่มดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในย่านของดวงอาทิตย์เรา  และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาวVega นั้นก็คือรูปร่างของมัน คุณคงจะสงสัยว่ารูปร่างของมันนั้นจะมีความน่าสนใจอย่างไรเพราะมันก็จะคงเหมือนๆ กับดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ นั้นแหละ แต่เปล่าเลยรูปร่างของมันมีความน่าสนใจก็คือ มันมีรูปร่างที่คล้ายกับไข่นั้นเอง ซึ่งดาวVega นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในดาวฤกษ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งจะดูเหมือนว่านักดาราศาสตร์จะกำลังศึกษาดาวฤกษ์ดวงนี้มากกว่าดวงอาทิตย์ของเราเสียอีก 

แต่สุดท้ายนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ถึงนักดาราศาสตร์หรือไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์จะมีการศึกษา   ดาวVega มากว่าที่จะศึกษาดวงอาทิตย์จริงๆ แต่อย่างไรดวงอาทิตย์นั้นก็เป็นดาวฤกษ์ที่มีความสำคัญกับโลกของเราเป็นอย่างมาก เราไม่ความที่จะปล่อยผ่านไป เพราะถ้าโลกใบนี้ของเราไม่มีดวงอาทิตย์มนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็คงจะหายไปจากโลกนี้และไม่มีอะไรอยู่ได้เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย.  ufabet

Quasi-star

admin No Comments

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่นอกโลก หรือเกิดขึ้นในอวกาศที่แสนจะลึกลับและซับซ้อนของเรา แม้แต่นักวิทยาศาสตร์หรือนักดาราศาสตร์ที่ว่าเก่ง  แต่ดกว่าที่พวกเข้าจะสามารถค้นพบสิ่งต่างๆ ในอวกาศได้ นั้นก็ใช้เวลานานพอสมควร และเมื่อค้นพบแล้วก็ต้องหาทฤษฏีต่างๆ มากมายเพื่อที่จะมาอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาค้นพบ และเผยแพร่ออกมาให้เราได้ศึกษาในอนาคต ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้นักดาราศาสตร์จะสามารถค้นพบ ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ทั้งในและนอกระบบสุริยะมากมาย  แต่พวกเขาก็ยังที่จะไม่หยุดที่จะค้นหาเพราะพวกเขานั้นเชื่อว่ายังมีดวงดาวอีกมากที่ยังไม่มีการถูกค้นพบ

สิ่งที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของอวกาศ  หรืออาจจะรู้แต่ก็เป็นคนส่วนน้อย และสิ่งที่  น่ากลัวที่เรากำลังจะพูดถึงในตอนนี้เลยก็คือ  สิ่งที่เราเรียกว่าหลุมดำนั้นเอง  หลุมดำที่ว่าเป็นสิ่งที่สามารถดูดเอากาแลกซี่หรือระบบสุริยะของเราเข้าไปทั้งหมดเลยก็ได้  และเมื่อมันดูดสิ่งอะไรเข้าไปแล้วสิ่งที่เอาไปอยู่ในหลุมดำยังไม่มีอะไรที่ได้ออกมา 

นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าเมื่อหลุมดำดูดเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปแล้วถ้าสิ่งเหล่านั้นต้องการที่จะออก  มันจะต้องมีความเร็วกว่าแสง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่มีความเร็วกว่าแสงเลย        ในปัจจุบันนี้มีการค้นพบดาวเคราะห์  ดวงหนึ่งที่มีหลุมดำอยู่ใจกลางของมัน ดาวดวงนั้นมีชื่อว่าQuasi-starหรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  หลุมดำดาวฤกษ์  มันคือสมมุติฐานของการมีอยู่ของดวงฤกษ์มวลยิ่งยวด ที่คาดว่ามันน่าจะมีตัวตนอยู่ในช่วงยุคเริ่มต้นของจักรวาล  โดยที่องค์ประกอบภายในของQuasi-star นี้จะมีองค์ประกอบที่แตกต่างไปจากองค์ประกอบของดาวฤกษ์ที่ในสมัยใหม่ที่เรารู้จัก

เพราะดาวฤกษ์ในปัจจุบันนั้นจะมีการขับเคลื่อนโดยการหลอมนิวเคลียส ณ ใจกลางดวงดาว ในขณะที่ Quasi-star นั้นจะมีพลังงานมาจากการรวงล่นของมวลสารที่อยู่ภายในใจกลางดาวซึ่งเป็นที่อยู่ของหลุมดำนั้นเอง  และยังมีการคาดการกันว่าหลุมดำดาวฤกษ์ที่ว่านี้น่าจะมาการก่อตัว  มาจากการยุบตัวของแกนดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ดาวฤกษ์ก่อเกิด หลังจากที่ใจกลางของดาวได้ยุบตัวลงมา  กลายเป็นหลุมดำแล้วมวลสารชั้นนอกของดาวในขณะนั้นยัง    

    มีปริมาณที่มหาศาลหลงเหลืออยู่  และเพียงพอต่อการซึมซับเข้าสู่หลุมดำ ที่กลางดาวและเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ที่เราเรียกกันว่าซูเปอร์โนวานั้น นอกจากนี้ดาว Quasi-star  ที่ว่านี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจและให้เราได้ลองไปศึกษาอีกมา

 

สนับสนุนโดย.  คาสิโนออนไลน์888

UY Scuti ดาวยักษ์ใหญ่แห่งทางช้างเผือก

admin No Comments

เป็นที่ทราบกันดีว่าโลกและระบบสุริยะของเรานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง  ในกาแลกซี่ทางช้างเผือกเท่านั้น  กาแลกซี่ ดวงดาวต่างๆ มีอยู่มากมายในอวกาศอันกว้างใหญ่ จนบางทีเรื่องที่เราเคยได้เรียนมาในบทเรียน เกี่ยวกับโลกดาราศาสตร์และดวงดาวต่างๆ นั้นคงเป็นเพียงส่วนที่เล็กนิดเดียว ของอวกาศทั้งหมด  

มีคำถามมากมายที่เกี่ยวกับระบบสุริยะของเรา  ดวงดาวต่างๆ ที่เรานั้นมองเห็นอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้กับโลกของเรามากที่สุด หรือแม้แต่ดาวที่อยู่ห่างใกล้เราออกไปจนไม่สามารถที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ มีดวงดาวอยู่กี่ดวงกันแน่ในกาแลกซี่ทางช้างเผือก ดาวฤกษ์ดวงไหนที่มีขนาดเล็กที่สุด และดาว ดวงไหนที่มีขนาดหึมาที่สุดในกาแลกซี่ทางช้างเผือกกันแน่ 

ถ้าหากเราเรียนเกี่ยวกันอวกาศภายในห้องเรียนมาคำถามที่ว่าดาวฤกษ์ดวงไหนมีขนาดใหญ่ที่สุด แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ต้องเป็นดวงอาทิตย์เป็นแน่ เป็นดาวที่โลก ของเราโคจรรอบ ๆ มัน แต่ถ้าเรามองไปไกลขึ้นกว่าเดิมกาแลกซี่ทางช้างเผือก ที่เราอาศัยอยู่นั้นมีดาวดวงไหน  กันที่ครองตำแหน่งยักษ์ใหญ่ไป ในปี 1860

นักดาราศาสตร์ ได้มีการสังเกตเห็นว่า ดาว BD-125055  มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากในช่วงเวลาเพียง 740 วันเท่านั้น หรือระยะเวลาปราณสองปี และนี้ส่งผลในนักดาวราดาศาสตร์ มีความเชื่อกันว่ามันจัดอยู่ในกลุ่มดาวจำพวกดาวแปรแสงและอยู่ในขั้นเรทซุปเปอร์ไจแอนท์แล้วอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นไม่นานนักดาราศาสตร์ก็ตั้งชื่อให้กับมันใหม่ว่า            “UY Scuti” ดาวดาวนี้นั้นประกอบไปด้วย

ฮีเลียม ไฮโดรเจน และธาตุอื่นๆ ที่หนักกว่า ซึ่งมันมีความคล้ายคลึงกับองค์ประกอบทางเคมีกับดวงอาทิตย์ของเรา ดาวฤกษ์ดวงนี้นี้มีขนาดใหญ่ถึง 1.2 พันล้านกิโลเมตร และมีขนาดเส้นรอบวงถึง 7.5 พนล้านกิโลเมตรกันเลยทีเดียว ถึงแม่ว่าเราจะรู้ว่ามันมีขาดใหญ่แค่ไหน แต่นักดาราศาสตร์ก็ยังไม่สามารถทราบอายุที่แน่นอนของมันได้ 

อย่างไรก็ตามอย่างที่เราทราบกันดีว่าดาว UY Scuti ที่ว่านี้ เป็นดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่เอามาก และถ้าหากว่าวันหนึ่งมันเกิดการสิ้นอายุขัยของมันด้วยการระเบิด คงจะเป็นการระเบิดครั้งใหญ่และรุนแรงเป็นอย่างมากแน่นอน แต่เหตุการณ์ที่ว่านี้คงจะไม่เกิดขึ้นให้เราเห็นในเร็วๆ นี้แน่ และกว่าวันที่ดาว UY Scuti จะมาถึงวันที่สิ้นสุดอายุขัยของมันแน่นอนว่าวันนั้นเราคงจะไม่ได้อยู่ดูปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.    gclub ทดลองเล่นฟรี

วัฏจักรของหิน

admin No Comments

สิ่งต่างที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต หรือแม้แต่ระบบสุริยะของรายังมีต้นกำเนิดของการเกิด การเกิดของสิ่งต่างๆ บนโลกหรือนอกโลกเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นถึงแม้ว่ามีต้นกำเนิดทีเหมือนกันแต่มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน     อย่างกาแลกซี่ต่างๆ ในอวกาศแม้ว่าจะมีต้นกำเนิดเหมือนกันคือการระเบิดของบิ๊กแบง แต่ลักษณะของกาแลกซี่และดาวเคราะห์ต่างๆ ภายในก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย 

เมื่อพูดถึงเรื่องขอการกำเนิดสิ่งต่างๆ แล้วหินเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและน่าค้นหาเป็นอย่างมาก หินนั้นมีอยู่ทุกที่เราอาจจะพบตามชายหาด บนพื้นของท้องทะเล ในทะเลทรายบนภูเขา ในท้องทุ้ง หรือแม้แต่ในสนามหลังบ้านของเราเอง และดินที่เราเห็นกันทั่งๆ ไปนั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากหินเหมือนกัน แล้วการเกิดของหินเกี่ยวกับวัฏจัรของงหินนั่นเกี่ยวข้องกกันอย่างไร

เราจะมารู้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า หินนั้นเกิดจากแร่หลายชนิดที่แข็งตัวเกิดรวมกันเป็นก่อน และสีสันของหินที่เกิดขึ้นก็แตกต่างกันไป แถมบางก้อนยังมีลวดลายแปลกๆ อีกด้วย นักธรณีวิทยาได้แบ่งหินเป็นกลุ่มๆ ตามการเกิดของงมันซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ หินอัคนี หินตะกอน และ       หินแปร หินอัคนีเกิดจากหินหลอมเหลวที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวโลกขอเรา 

และมีอุณหภูมิที่สูงมาก ต่อมาเป็นหินตะกอน หินตะกอนจะมักเกิดเป็นชั้นๆ ซึ่งหินตะกอนที่ว่านี้ก็มีหลายชนิดเช่นเดียวกัน และสุดท้ายหินแปร หินแปรนั้นเกิดจากการแปรสภาพของหินอัคนี และหินตะกอน โดยความร้อนและความกดดันสูงใต้พื้นผิวของโลก ทำให้หินแข็งเปลี่ยนสภาพไปจากหินเดิม

และถ้าหากว่า      หินแปรเกิดการแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก็จะไปสะสมตัวเป็นชั้นๆ จนเกิดเป็นหินตะกอนขึ้น และถ้าหากว่าหินตะกอนถูกฝังตัวลงไปยังผิวโลกอาจจะเปลี่ยนเป็นหินแปรได้ และเมื่อหินแปรและหินตะกอนได้รับความร้อนที่สูงมากจนหลอมเหลวเปลี่ยนสภาพเป็นลาวาและเย็นตัวเป็นหินอัคนีในที่สุด และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เราได้กล่าวมานี้ก็คือวักจักรของหินนั้นเอง

หินชนิดต่างๆ ทั้งหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร หินทั้งสามนี้คือกลุ่มใหญ่ของหินทั้งหมด เพราะหินทั้งสามกลุ่นนี้มีหินที่แตกย่อยเข้าไปอีก  อย่างไหร่ก็ตามการเกิดขอองหินแต่ละชนิดยัง    มีให้ได้ไปศึกษาและค้นคว้าอีกมากมาย เพราะที่เราได้ยกตัวอย่างและพูดถึงมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อหาทั้งหมดเท่านั้น

 

 

สนับสนุนโดย.   เล่นคาสิโนออนไลน์ ที่ไหนดี

ทะเลมีเทน บนดวงจันทร์ ไททันของดาวเสาร์

admin No Comments

ถ้าเราพูดถึงเรื่องของทะเลแน่นอนว่าประเทศไทยของเรานั้น  ก็มีทะเลที่อยู่ทางภาคใต้ที่มีความสวยงามเป้นอย่างมาก แต่ถ้าเป็นทะเลของต่างประเทศที่แรกที่เราจะนึกถึงเป็นที่แรกๆ เลยก็คือทะเลมัลดีฟส์ เพราะที่นี้นั้นขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเราไปเที่ยวทะเลที่อยู่ในประเทศไทยครบทุกที่แล้ว และอยากที่จะไปเที่ยวทะเลที่อื่นบางมัลดีฟส์ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ทะเลที่เรารู้จักกันทั่วๆ ไปนั้นก็คงจะเป็นสีฟ้าสวยๆ          เมื่อกระทบกบแสงแดด และมีรสชาติที่เค็มเอามากๆ หากว่ามันเข้าปากของคุณ

ถ้าพูดถึงเรื่องของทะเลแน่นอนว่า คุณทำงานเหนื่อยมาตลอดทั้งปี และได้วันหยุดพักผ่อนมา ทะเล     ก็คงจะเป็นที่แรกที่คุณจะคิดถึงอย่างแน่นอน ทะเลที่อยู่บนโลกของเรา เราก็คงจะรู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะพูดถึงทะเลที่เกิดอยู่บนดวงเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะของเรา และดาวเคราะห์ดวงที่ว่านี้มีชื่อว่าดาวเสาร์นั้นเอง

แน่นอนว่าดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นดาวเคราะห์ที่มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นอยู่หลายอย่างมากๆ ถ้าคุณคิดว่า        วงแหวนที่สะท้อนแสงของมันนั้นสุดยอดแล้ว แต่ยังมีสิ่งที่สุดยอดกว่านั้นและยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง  ก็คือทะเลมีเทน นั้นเอง  ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่มีบริวารอยู่หลายดวง หนึ่งในนั้นคือ  ดวงดาวไทรทัน  เป็นดาวบริวารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์

และมันยังเป็นดินแดนที่ลึกลับของนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะว่าดาวดวงนี้นั้นมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นมาก อุปกรณ์ที่ถ่ายภาพส่วนใหญ่จึงถ่ายได้แค่เพียงชั้นบรรยากาศเท่านั้น  จนกระทั้งยานอวกาศแคสสินีได้แบกเรดาร์บินผ่านดวงจันทร์ไทรทัน ซึ่งมันนั้นสามารถสะท้อนซีพียูของไทรทันขึ้นมา 

ซึ่งมันยังสามารถสะท้อนผิวของไทรทันขึ้นมาสร้างเป็นภาพลักษณะ  ภูมิประเทศเบื้องต้นได้ และนั้นยังสามารถทำให้เราว่าไทรทันมีการปล่อยไออีเทน ละมีเทนออกมา สำหรับการค้นพบทะเลมีเทนของดวงจันทร์ไทรทัน   ดาวบริวารของดาวเสาร์ นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์เข้าใจว่าชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นนี้  เกิดจากการที่รังสีอัตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ได้เข้ามาทำให้    โมกุลของ มีเทนแตกตัวจนหมดละแหล่งมีเทน   ใต้ดาวนี้เองทำให้ได้บรรยากาศที่มีแต่มีเทน

ถึงแม้ว่าสิ่งที่    พบจะไม่ใช่มหาสมุทร   แต่มันก็ไม่ได้ทำให้นักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ล้มเลิกความตั้งใจในการค้นหาข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดาวดวงนี้   แถมยังทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ให้ความสนใจกับมันมากขึ้นอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บหลัก

ระบบ MY Camelopardalis

admin No Comments

อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าโลกของเรานั้นอาศัยอยู่ในระบบ  ระบบหนึ่งเท่านั้น และระบบนั้นก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก หรือถ้าไม่รู้ก็คงจะเป็นส่วนที่น้อยมากๆ สำหรับระบบที่โลกของเราอยู่นั้นมีชื่อว่าระบบสุริยะนั้น    ในระบบแห่งนี้นั้นจะประกอบไปด้วยดาวฤกษ์หนึ่งดวงนั้นก็คือดาวอาทิตย์ และนอกจากนี้ยังมีดาวเคราะห์ในระบบอีกซึ่งหนึ่งในดาวเคราะห์ที่ว่านี้ก็รวมถึงโลกของเราด้วยเช่นกัน 

ดาวอาทิตย์นั้นเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุด แต่ดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในระบบสุริยะกลับไม่ใช่โลกของเรา  แต่เป็นดาวเคราะห์ชั้นในที่มีชื่อว่า ดาวพุธนั้นเอง อย่างไรก็ตามดาวอาทิตย์นั้นไม่ใช้ดาวฤกษ์เพียงดวงเดียว ที่อยู่ในจักรวารที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้แน่นอน เพราะในจักรวารแห่งนี้นั้น      มีดาวฤกษ์ที่น่าทึ่งมากกว่าดวงอาทิตย์อยู่อีกมากมาย 

จนเราไม่อยากจะเชื่อกันเลยทีเดียว และกว่าในทศวรรษที่ผ่านมานี้ นักดาราศาสตร์ได้มีการค้นพบ  ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มCamelopardalis หรือ กลุ่มดาวยีราฟ กลุ่มดาวขนาดใหญ่ในซีกฟ้าเหนือ ที่อยู่ห่างจากโลกของเราถึง 13,000 ปีแสง ซึ่งนักดาราศาสตร์จะเรียกว่า MY Camelopardalis(MY Cam)

แรกเริ่มเดิมทีนั้นนักดาราศาสตร์สมัครเล่นที่ได้ค้นพบ พวกเขา   มีความคิดว่าได้เห็นดาวฤกษ์ที่มีมวลสูงเพียงดวงเดียว  แต่ในไม่ช้านักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญก็ได้มีการพบว่าเขานั้นกำลังมองเห็นดาวฤกษ์ถึงสองดวง  ที่มันกำลังโคจรรอบกันและกันอยู่อย่างใกล้ชิด โดยที่ดาวฤกษ์ทั้งสองจะมีการโคจรรอบกันเองเสร็จสมบรูณ์ในระยะเวลาแค่เพียง 1.2 วันเท่านั้น

ในระบบของ  MY Camelopardalis ดาวฤกษ์ดวงที่ใหญ่กว่าจะมีมวล 38 เท่าของดวงอาทิตย์ของเรา และในขณะที่ดาวฤกษ์ที่เล็กกว่าจะมีมวล 32 เท่าของดวงอาทิตย์ ซึ่งวิทยาศาสตร์ได้มีการคาดการว่าดาวฤกษ์ทั้งสองดวงในระบบMY Camelopardalis จะต้องเกิดการปะทะกันในสักวันหนึ่ง  สิ่งที่ว่าก็จะมีการสร้างดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ที่มีมากกว่าดาวอาทิตย์ถึง 60 เท่า

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วบรรยากาศของดาวฤกษ์ทั้งสองก็ได้มีปฏิกิริยาต่อกันอยู่แล้ว และสิ่งที่ว่านี้ก็จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั้งที่แกนของดาวฤกษ์ทั้งสอง ได้มีการหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีการรู้แน่ชัดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเวลานั้น  แต่อย่างไรก็ตามพวกเขายังได้มีการคาดการอีกว่าการควบรวมของดาวฤกษ์ทั้งสองจะสร้างการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นได้

 

สนับสนุนโดย   ทางเข้า UFABET ภาษาไทย