19
ธ.ค.
2023
บริวารของดวงอาทิตย์ เมื่อเรามีการพูดถึงดวงอาทิตย์ตามหลักทางวิทยาศาสตร์แล้วมีการตรวจสอบพบว่าดวงอาทิตย์นั้นอยู่ในพื้นที่ของระบบสุริยะซึ่งระบบสุริยะนั้นก็เกิดจากการรวมตัวกันของวัตถุขนาดใหญ่ ยังไงก็ตามระบบสุริยะที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการออกไปสำรวจนั้นจะเห็นได้ว่ามีลักษณะคล้ายกับจานที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนซึ่งระบบสุริยะนั้นมีการคาดการณ์ว่าน่าจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่มากกว่า 3 ล้านล้านกิโลเมตรเลยทีเดียว

ดวงอาทิตย์เองก็เป็นหนึ่งในดาวฤกษ์ที่อยู่ในระบบสุริยะเช่นเดียวกันซึ่งในระบบสุริยะนั้นจะมีพื้นที่ว่างทำให้มีวัตถุต่างๆกระจัดกระจายอยู่เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด
ดังนั้นนอกจากดาวฤกษ์อย่างดวงอาทิตย์แล้วก็จะมีทั้งดวงจันทร์รวมถึงดาวหางและดาวเคราะห์น้อยและดาวเคราะห์แคระก็อยู่ในระบบสุริยะนี้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามจากการค้นพบของนักวิทยาศาสตร์จะพบว่ามีวัตถุแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนถึงแม้ว่าจะมีการกระจัดกระจายอยู่ในระบบสุริยะแต่ก็มีดาวเคราะห์กลุ่มหนึ่ง
ซึ่งมีทั้งหมด 8 ดวงด้วยกันมีลักษณะการโคจรในทิศทางเดียวกันคล้ายกับมีการดึงดูดกันเอาไว้หมุนรอบดวงอาทิตย์ซึ่งวัตถุดังกล่าวนี้เป็นวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามวัตถุทั้ง 8 ดวงนั้นมีขนาดที่แตกต่างกันออกไปซึ่งขนาดที่เล็กที่สุดได้มีการถูกตั้งชื่อว่าดาวพุธในขณะที่วัตถุที่มีขนาดทรงกลมที่ใหญ่ที่สุดนั้นถูกตั้งชื่อว่าดาวพฤหัสบดีนั่นเอง
สำหรับวัตถุทรงกลมที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบทั้งหมด 8 ดวงด้วยกันและถูกนำมาตั้งเป็นชื่อดาวนั้นได้แก่ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนนั่นเอง นอกจากดาวที่มีการกล่าวมาข้างต้นทั้ง 8 ดวงนี้แล้วระบบสุริยะยังมีดวงจันทร์เป็นบริวารอีกด้วยซึ่งดวงจันทร์ที่มีการปรากฏอยู่ในระบบสุริยะที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ดวงหรือ 2 ดวงเท่านั้นแต่มีมากเป็นร้อยดวงเลยทีเดียวนอกจากนี้ดาวบางดาวนั้นก็มีลักษณะเป็นหางซึ่งเราเรียกกันว่าดาวหางนั่นเอง
ดังนั้นเราสามารถสรุปได้ว่าบริวารของดวงอาทิตย์นั้นประกอบไปด้วยดาวทั้งหมด 8 ดวงซึ่งมีขนาดเล็กแก่แตกต่างกันออกไปโดยดาวทั้งหมดก็จะมีลักษณะของการเรียงวงจรในลักษณะเดียวกันหรือในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้วัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะนั้นก็ถือว่าเป็นดาวดวงหนึ่งเช่นเดียวกันแต่จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป
โดยเราจะเรียกวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะว่าดาวเคราะห์ซึ่งในดาวเคราะห์นั้นก็จะมีทั้งดาวเคราะห์น้อยรวมถึงดาวเคราะห์แคระ โดยส่วนใหญ่แล้วดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลมีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักดังนั้นโดยปกติเส้นผ่าศูนย์กลางของดาวเคราะห์เหล่านี้จึงอยู่ที่ประมาณ 200 กิโลเมตรหรืออาจจะมีขนาดเล็กมากกว่านี้ก็ได้เช่นเดียวกัน
สนับสนุนเนื้อหาโดย gclub ผ่านเว็บ มือ ถือ
18
ธ.ค.
2023

ข้อมูลด้านในของดาวพุธ สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงรายละเอียดข้อมูลในพื้นที่แกนกลางของดาวพุธว่ามีลักษณะเป็นแบบไหน โดยจากการสำรวจของวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวพุธนั้นจะมีแกนกลางขนาดใหญ่มหึมาซึ่งด้านในการการนั้นจะประกอบไปด้วยเหล็กสำหรับสาเหตุสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าแกนกลางของดาวพุธประกอบไปด้วยเหล็ก นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่ออีกว่าตรงจุดของการกลางของดาวพุธนั้นยังประกอบไปด้วยของเหลว นั่นก็เพราะว่าถ้าจะสังเกตให้ดีในขณะที่ดาวพุธนั้นมันมีการหมุนมันจะมีการฝ่ายเล็กน้อยด้วย
อย่างไรก็ตามถัดออกมาจากตัวแกนกลางของดาวพุธนั้นเราจะสามารถตรวจสอบเจอเข้ากับเนื้อของดาวพุธซึ่งบริเวณนี้เราเรียกกันว่าเป็นชั้นหินซิลิเกต โดยชั้นหินนี้มีเพียงแค่บางๆเท่านั้นมีความหนาเพียงแค่ประมาณ 600 กิโลเมตรซึ่งถ้าหากเปรียบความหนานั้นก็คล้ายคลึงกับความหนาของเนื้อโลกนั่นเอง
สำหรับส่วนที่ถอดออกมาจากเนื้อของดาวพุธนั้นเราจะเรียกกันว่าเปลือกชั้นนอกซึ่งตรงบริเวณนี้นั้นทางนักวิทยาศาสตร์มีความเชื่อว่าเรื่องของดาวพุธนั้นไม่มีความคล้ายคลึงกับเปลือกโลกที่เราอาศัยอยู่เลยโดยนักวิทยาศาสตร์มองว่า ตรวจชั้นนอกของดาวพุธนั้นเป็นลักษณะขอชั้นหินบางๆเท่านั้นและประกอบไปด้วยชั้นหินเพียงแผ่นเดียวอีกด้วย
สิ่งที่จะสามารถมองเห็นได้ต่อออกมาจากเปลือกชั้นนอกก็คือเปลือกชั้นบรรยากาศซึ่งบริเวณนี้จึงมีแรงโน้มถ่วงอ่อนๆเนื่องจากว่าดาวพุธนั้นมีแรงโน้มถ่วงที่บนพื้นผิวดังนั้นจะเห็นได้ว่าบริเวณนี้ของดาวพุธจะถูกรังสีซึ่งส่งมาจากดวงอาทิตย์ทำการแผดเผาดังนั้นบริเวณนี้จึงจะประกอบไปด้วยแก๊สเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและเป็นลักษณะของชั้นบรรยากาศที่มีความเบาบางเป็นอย่างมาก
ยังไงก็ตามด้านนอกสุดนั้นเราสามารถมองเห็นหลุมบนพื้นผิวได้เนื่องจาก สล็อต ufabet เว็บตรง ว่าดาวพุธมีขนาดที่ไม่ได้ใหญ่มากนักหากเทียบกับโรคหรืออาจจะกล่าวได้ว่าดาวพุธนั้นเป็นดาวที่มีขนาดที่เล็กมากๆดังนั้นแรงโน้มถ่วงจึงไม่มีมากพอที่จะสามารถสร้าง ชั้นบรรยากาศที่มีความหนาแน่นมากได้และนั้นชั้นบรรยากาศตรงบริเวณนี้จึงไม่สามารถที่จะมาปกป้องพื้นผิวของดาวพุธได้
ส่งผลทำให้ถ้าหากมีอุกกาบาตผ่านมาก็อาจจะมีอุกกาบาตพุ่งชนดาวพุธจึงเกิดเป็นหลุมได้นั่นเองอย่างไรก็ตามเมื่อเราไปสังเกตให้ดีบริเวณโซนนี้ของดาวพุธนั้นจะเห็นได้ว่ามีหลุมมีบ่อเยอะแยะมากมายเพราะดาวพุธนั้นมักจะถูกอุกกาบาตชนตลอดระยะเวลาหลายล้านปีที่ผ่านมา
ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้ว่าบริเวณหลุมอุกาบาตนั้นโดยรอบจะมีลักษณะของรอยต่างๆทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่เพราะแต่ละครั้งที่อุบาทว์ชนนั้นจะมีลักษณะการชนที่แตกต่างกันออกไป นั้นเอง
17
ธ.ค.
2023
ลักษณะของ ดาวพุธ สำหรับใครที่ชื่นชอบอวกาศและชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของดวงดาวจะว่าอาจจะเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของดวงดาวมาบ้างแล้วซึ่งในบทความนี้เราจะมีการพูดถึงในลักษณะของดาวพุธซึ่งเป็นดาวดวงหนึ่งที่อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลของเรา
ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์คิดค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดาวพุธมาให้เราได้ทำความเข้าใจกัน

สำหรับข้อมูลเบื้องต้นที่เรารู้จักเกี่ยวกับดาวพุธนั่นก็คือดาวดวงนี้เป็นลักษณะของดาวที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นดาวที่มีขนาดเล็กที่สุดนอกจากนี้ยังเป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดอีกด้วยดาวพุธนะถือว่าเป็นดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายกับก้อนเหล็กกลมขนาดใหญ่ๆที่ของชั้นหิน
จากการศึกษาและค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ได้มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของการโคจรของดาวพุธซึ่งจะมีการโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยมีการระบุว่าเนื่องจากว่าดาวพุธนั้นมีขนาดเล็กและใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุดดังนั้นลักษณะของการโคจรของมันจึงเป็นการโคจรที่ค่อนข้างเร็วโดยมีการวัดระยะเวลาในการโคจรของดาวพุธรอบดวงอาทิตย์มาดาวพุธนั้นใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 88 วันเท่านั้นก็สามารถที่จะวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ครบ 1 รอบแล้วซึ่งถ้าหากเปรียบกับอัตราความเร็วนั้นก็จะเทียบเท่ากับหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสามพันกิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นเอง
อย่างไรก็ตามถ้าหากเราไปตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของดาวเคราะห์ดวงอื่นๆไม่ว่าจะเป็นดาวยูเรนัสหรือดาวเนปจูนหรือดาวดวงอื่นๆอีกเยอะแยะมากมายที่ต้องหมุนรอบดวงอาทิตย์นั้นอาจกล่าวได้ว่าดาวพุธนั้นหมุนรอบดวงอาทิตย์เร็วที่สุดมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆเลยก็ว่าได้ซึ่งการที่ดาวพุธนั้นอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุดนั่นเองส่งผลทำให้ดาวพุธนั้นมักจะได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์มาแผดเผาซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้ว่าบนดาวพุธนั้นจะเต็มไปด้วยหินและฝุ่นเป็นจำนวนมากนอกจากนี้เรายังสามารถเปรียบเทียบลักษณะพื้นผิวของดาวพุธได้ว่ามีลักษณะพื้นผิวไม่แตกต่างจากพื้นผิวของดวงจันทร์นั่นเอง
สำหรับอุณหภูมิบนดาวพุธนั้นจากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการไปสำรวจพบว่าช่วงระยะเวลากลางวันกับกลางคืนบนดาวพุธน้ำแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงโดยถ้าหากว่าคุณไปอยู่บนดาวพุธในช่วงเวลากลางวันคุณจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลากลางวันนั้นอุณหภูมิบนดาวพุธสูงมากๆเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกันถ้าหากว่าคุณจะอยู่ดาวพุธในช่วงเวลากลางคืนนั้นคุณจะเห็นได้ว่าในช่วงกลางคืนนั้นอากาศก็เย็นมากเช่นเดียวกันดังนั้นเราสามารถกล่าวได้ว่าบนดาวพุธนั้นไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่รอดได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เราไปอาศัยอยู่บนดาวพุธไม่ได้อย่างแน่นอนเนื่องจากว่าอุณหภูมิในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนั้นแตกต่างกันมากจนเกินไปนั่นเอง
สนับสนุนเนื้อหาจาก ทางเข้า Ufabet มือถือ
12
ธ.ค.
2023
ดาวเคราะห์ที่มีสภาพที่ใกล้เคียง สำหรับในระบบสุริยะจักรวานของเรานั้น นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามีดาวเคราะห์อยู่เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้มีการลองสำรวจว่าดาวเคราะห์ดวงไหนที่มีความเหมือนหรือมีความใกล้เคียงกับโลกบ้าง โดยในขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ได้มีการค้นหาจนเจอกับดาวเคราะห์ที่มีจำนวนมากกว่า 4500 ดาวงแล้วในระบบสุริยะจักรวานนี้

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการค้นพบดาวเคราะห์เยอะแยะมากมาย แต่ไม่ใช่ว่าดาวเคราะห์ทุกดวงจะทำให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้
ซึ่งผลจากการสำรวจของนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในตอนนี้ที่ค้นพบดาวเคราะห์ประมาณ สี่พันห้าร้อยดวงนั้นมีแค่ประมาณ ยี่สิบสี่ดวงเท่านั้นที่มีสภาพใกล้เคียงกับโลกพอที่จะให้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ ซึ่งในบทความนี้เราจะมายกตัวอย่างดาวเคราะห์บางดวงให้ทราบกัน สำหรับในบทความนี้ จะยกตัวอย่างเช่น ดาวทีการ์เด้นบี ดาวแคปเลอร์-1639 บี และดาว แอลเอชเอส 1140 บี เป็นต้น
ทีการ์เด้น B เป็นดาวเคราะห์นอกระบบที่โคจรรอบดาวเคราะห์แดงซึ่งห่างจากระบบสุริยะประมาณ 12 ปีแสงโดยปกติแล้วดาวเคราะห์แดงจะสามารถปล่อยแสงปะทุที่สามารถพัทยาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ในวงโคจรของมันออกไปได้
จะได้หลักดวงนี้ค่อนข้างสงบและเยือกเย็นที่ Garden b มีมวลเกือบเท่ากับโลกมันเดินทางรอบวงโคจรได้สมบูรณ์ในเวลาแค่ประมาณ 5 วันใช้คุณเข้าใจถูกแล้ว 1 ปี บนทีการ์เด้น B ใช้เวลาน้อยกว่า 1 สัปดาห์บนโลกซะอีก
- แคปเลอร์ -1638 บี ดาวเคราะห์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ที่สุด
คือ แคปเลอร์ -1638 บี มันอยู่ในกลุ่มดาวหงส์ซึ่งอยู่ห่างจากเราไปเกือบ 30 ปีแสงเมื่ออยู่ในชั้น Super ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าโลกของเรา 2 เท่าและมีน้ำหนักมากกว่าโลกของเราสี่เท่าอย่างนั้นแรงโน้มถ่วงของมันจะมีความแข็งแกร่งมากถึงแม้แต่การกระโดดธรรมดาธรรมดาก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ufabet เว็บตรง สำหรับคุณรหัสดาวเคราะห์นี้มีสิ่งมีชีวิตอยู่จริงๆมันจะเคยชินกับสภาพแวดล้อมแบบนี้
- แอลเอชเอส 1140 บี ดาวเคราะห์ดวงนี้มีหินและของแข็งประกอบ
อยู่เป็นจำนวนมาก และขนาดของมันจะใหญ่กว่าโลกเพียง 40 เปอร์เซ็นต์แต่เมื่อกลับมีมวลหนักมากกว่าโลกถึง 7 เท่าและมีแรงดึงดูด 3.2 5g ซึ่งเทียบได้ด้วย ถ้าหากคุณขึ้นเครื่องบินตัวของคุณจะมีน้ำหนักเกินไป 1.5 G ดังนั้นบนดาวเคราะห์นี้คุณ จึงแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่ ด้วยความที่มันมีมวลมากดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีบรรยากาศที่หนาขึ้น
ปรากฏการณ์เรือนกระจกอุณหภูมิชองมันอาจมีสูงกว่าลบ 7 องศาเซลเซียส แล้วมันสามารถหมุนรอบวงโคจรได้ในเวลาอันสั้นโดยใช้เวลาเพียงแค่ 24 วันเท่านั้น
7
ธ.ค.
2023

การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ เมื่อพูดถึงไดโนเสาร์หลายคนคงชื่นชอบมันเป็นอย่างมากเพราะมันเป็นสัตว์ในตำนานที่มีความยิ่งใหญ่อลังการจะเห็นได้จากปัจจุบันนั้นคนมีการนำเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของไดโนเสาร์ซึ่งเป็นสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์มาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครต่างๆมากมาย
ให้ผู้คนได้ชมและได้รับรู้กันว่าในสมัยโบราณเมื่อหลายล้านปีมาแล้วนั้นโลกเราเคยมีสัตว์ที่ชื่อว่าไดโนเสาร์ภาคมีหลายสายพันธุ์
แต่มันก็เป็นเพียงแค่อดีตและปัจจุบันนั้นไดโนเสาร์ไม่มีจริงมีเพียงแค่ซากฟอสซิลที่เราสามารถพบเจอเพียงเท่านั้นซึ่งจะเห็นได้จากว่าทุกคนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของไดโนเสาร์เป็นอย่างมากเพราะมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับไดโนเสาร์เยอะแยะมากมายเต็มไปหมดในทั่วโลกที่เราสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้แล้วมีการนำกระดูกไดโนเสาร์ซากฟอสซิลของไดโนเสาร์มาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนั้นเยอะแยะมากมาย
อะไรก็ตามจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ซึ่งตรวจสอบจากซากฟอสซิลที่ขุดเจอพบว่าไดโนเสาร์เคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก่อนที่มนุษย์และมันก็ได้สูญพันธุ์ไปก่อนที่มันจะเกิดขึ้นซึ่งการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์นั้นนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่ามันสูญพันธุ์มาแล้วมากกว่า 65 ล้านปี
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ได้มีการสงสัยและต้องการหาความรู้ว่าการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ครั้งใหญ่น้อยลงมีต้นเหตุหรือสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งในยุคที่ไดโนเสาร์ยังคงมีอยู่มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่ที่ทำให้ไดโนเสาร์ซึ่งเป็นสัตว์ยักษ์ใหญ่ต้องกลายเป็นสัตว์สูญพันธุ์หรือเป็นเพียงแค่ตำนาน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนักวิทยาศาสตร์นี่เองที่ทำให้เกิดทฤษฎีต่างๆขึ้นมามากมาย
เพื่อนำมาใช้เป็นคำอธิบายในการตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ซึ่งทฤษฎีต่างๆนั้นมีเพียงแค่ 2 ทฤษฎีใหญ่ๆที่มีความน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดนั่นก็คือ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์นั้นเกิดขึ้นมาจากการที่อาจจะมีอุกกาบาตหรือไม่ดาวหางดวงใหญ่ๆพุ่งมาชนโลก
หรืออาจจะเกิดจากการที่บนโลกใบนี้มีภูเขาไฟเกิดขึ้นและภูเขาไฟก็มีการเกิดการปะทุครั้งใหญ่ส่งผลทำให้เราอาศัยและทำให้ไดโนเสาร์นั้นถูกไฟจากลาวาคลอกตาย
นอกจากนี้ถ้าหากว่าเรานึกว่ามีๆกรณีที่อุบาทว์ผู้ชมโลกหรือแม้แต่ภูเขาไฟระเบิดเหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลทำให้โลกใบนี้มีฝุ่นเต็มไปหมดแล้วด้วยตัวเองที่มันกระจายไปทั่วทำให้บดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมายังโลกส่งผลทำให้สิ่งมีชีวิตภายในโลกใบนี้นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเช่นต้นไม้ก็อาจจะตาย
เพราะว่าไม่มีแสงแดดมาสังเคราะห์รวมถึงสัตว์ต่างๆก็อาจจะตายและสูญพันธุ์ได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าทฤษฎีนี้จะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างจะร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่สามารถที่จะฟันธงได้เพราะไม่มีหลักฐานที่จะสามารถยืนยันทฤษฎีต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์ได้ลองคิดขึ้นมาจึงทำให้ปัจจุบันนี้เรายังไม่สามารถรู้สาเหตุของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ได้อย่างแท้จริงนั่นเอง
สนับสนุนเนื้อหาโดย gclub ฝาก-ถอน
5
ธ.ค.
2023

ถึงเรียกโลกใบนี้ว่า Earth เมื่อพูดถึงโลกที่เราอาศัยอยู่ผู้คนจะเรียกดาวดวงนี้ที่เราอาศัยกันอยุ่นี้ว่า Earth หรือหากคนไทยก็แปลได้ว่าคือโลกนั่นเอง
แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าใครเป็นคนที่ตั้งชื่อดาวดวงนี้เป็นดวงแรกว่าEarth แล้วทำไมถึงเรียกดาวดวงนี้ว่าEarth หากว่าเคยสังเกตให้ดีและมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของดวงดาวจะเห็นได้ว่าดาวดวงอื่นๆนั้นจะมีการตั้งชื่อเลือดซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นการตั้งตามชื่อของเทพเจ้ากรีกแต่มีเพียงแค่ดาวโลก
ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวเท่านั้นที่ไม่มีการตั้งชื่อตามชื่อของเทพเจ้ากรีก หรือว่าเรามันทำให้เราสงสัยว่าที่มาที่ไปของคำว่าEarth เกิดขึ้นมาได้อย่างไรและใครเป็นคนตั้งให้เรียกEarth เป็นคนแรก
อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลายคนจะมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของการเรียกชื่อดาวเคราะห์ดวงนี้ว่าโลกแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าใครเป็นคนตั้งชื่อดาวเคราะห์นี้ว่าโลกโดยไม่มีเอกสารอะไรที่เป็นหลักฐานอ้างอิงได้เลยแม้แต่ว่านักวิทยาศาสตร์จะพยายามค้นหามากแค่ไหนก็ตาม เส้นทางนักวิทยาศาสตร์ก็มีการตั้งทฤษฎีที่สามารถที่จะกล่าวได้ว่ามันมีความเป็นไปได้เพียงเท่านั้นแต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ยังไงก็ตามนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าคำว่า Earth งั้นน่าจะมีการใช้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปีมาแล้วโดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า Eor (th )e
ซื้อมาจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษและยังมี ertha ซึ่งมาจากภาษาเยอรมันนำมารวมกัน ซึ่งคำศัพท์ทั้งสองคำนั้นเป็นคำศัพท์ภาษาโบราณโดยความหมายของคำศัพท์ดังกล่าวก็คือพื้นดินนั่นเอง
สำหรับนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าคนโบราณน่าจะยังไม่เคยรู้จักโลกว่าโลกนั้นเป็นดาวเคราะห์ ดวงหนึ่งเพียงเท่านั้นเพราะฉะนั้นคนโบราณจึงได้สรรหาคำมาเรียกพื้นแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้ว่าโลก หรือ Earth แต่คนโบราณน่าจะมีความเชื่อว่า โลกที่เราอาศัยอยู่นี้นั้นเป็นเพียงแค่สถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้นส่วนดาวเคราะห์ดวงอื่นที่หมุนเวียนทำให้เรามองเห็นเมื่อยามเรามองไปที่บนท้องฟ้านั้นคือเทพเจ้าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมามองดูโลกเพียงเท่านั้น และด้วยมุมมองนี้เองที่ทำให้คนโบราณไม่ได้มีการตั้งชื่อโลกเหมือนกับชื่อของเทพเจ้า
อย่างไรก็ตามแต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ทฤษฎีและมีความน่าจะเป็นไปได้เท่านั้นแต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะสามารถนำมาเย็นๆได้ว่าความคิดนี้ของนักวิทยาศาสตร์นั้นเป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรที่เป็นรูปประธรรมที่จะสามารถมายืนยันแนวความคิดได้ไงนั่นเอง
ดังนั้นความลับที่ว่าทำไมดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกมีการเรียกชื่อว่าEarth หรือโลก จึงยังคงเป็นความลับอยู่ต่อไปซึ่งยังคงไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนหรือใครก็ตามแต่ในโลกใบนี้ที่จะสามารถหาคำตอบได้ที่แท้จริง
ได้รับการสนับสนุนโดย ทางเข้า ufabet ภาษาไทย
4
ธ.ค.
2023

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดวงจันทร์ โดยดวงจันทร์คือดาวเคราะห์ดวงหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นดาวบริวารของโลกแสงของดวงจันทร์นั้นจะส่องมาให้ความสว่างต่อมนุษย์โลกในทุกค่ำคืน
ยังไงก็ตามดวงจันทร์นั้นเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่นอกโลกมันมีความลับของมันซ่อนอยู่สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดวงจันทร์ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนมาดูกันว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดวงจันทร์นั้นมีอะไรบ้าง
หลายคนอาจจะเคยสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของดวงจันทร์ว่าแท้ที่จริงแล้วดวงจันทร์นั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไรซึ่งนักวิทยาศาสตร์เองก็มีความสงสัยเช่นเดียวกันและนักวิทยาศาสตร์ก็มีการมาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของการกำเนิดของดวงจันทร์ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อมั่นว่าดวงจันทร์นั้นเกิดขึ้นมาจากการชนกันในอวกาศซึ่งสิ่งที่ชนกันในอวกาศนั้นก็อาจจะเป็นวัตถุขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในอวกาศชนเข้ากับโรคแล้วเกิดเป็นเศษหินกระจัดกระจายไปทั่วทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้กับโลกของเรานั่นเอง
อย่างไรก็ตามเวลาที่เรามองขึ้นไปบนดวงจันทร์เราจะเห็นว่าดวงจันทร์นั้นเป็นลักษณะของรูปทรงกลม
อย่างที่เราเคยได้ยินคนพูดกันบ่อยๆว่าหน้ากลมเหมือนพระจันทร์แต่อันที่จริงแล้วคุณรู้ไหมว่านักวิทยาศาสตร์ได้มีการไปสำรวจดวงจันทร์มาแล้วและพบว่าดวงจันทร์แท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่รูปทรงกลมอย่างที่เราเข้าใจกันแต่ลักษณะของดวงจันทร์ที่อยู่นอกโลกเราเป็นลักษณะที่แท้จริงของดวงจันทร์นั้นมันมีลักษณะคล้ายกับรูปทรงไข่เลยทีเดียว
นอกจากนี้ดวงจันทร์ยังเป็นดาวบริวารที่มีความใกล้ชิดกับดวงอาทิตย์มากที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 3 ที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ต่อจากดาวพุธและดาวศุกร์นั่นเอง นอกจากนี้เนื่องจากเส้นผ่าศูนย์กลางของดวงจันทร์นั้นมีการคัดออกมาแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2159 ไมล์
ดังนั้นจึงทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสันนิษฐานได้ว่าดวงจันทร์นั้นเป็นดาวบริวารที่ใหญ่อันดับที่ 5 ในระบบสุริยะจักรวาลซึ่งดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาลนั้นก็คือดาวพฤหัสบดีและตามด้วยดาว panus ต่อมาก็เป็นดาวไททันและดาวคาลิสโต้และสุดท้ายก็มาที่ดวงจันทร์นั่นเอง
อย่างไรก็ตามเรื่องราวเกี่ยวกับดวงจันทร์ยังมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดอย่างเช่นดวงจันทร์นั้นก่อให้เกิดระบบจันทรุปราคาซึ่งโดยปกติแล้วจันทรุปราคานั้นเราจะไม่ค่อยเห็นกันบ่อยมากนักส่วนใหญ่ที่เราเห็นนั้นจะเป็นสุริยุปราคาเสียมากกว่าเพราะในหลายร้อยปีนั้นถึงจะเกิดจันทรุปราคาสักครั้งหนึ่งนั้นเอง
อย่างไรก็ตามเรื่องราวเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดวงจันทร์นะยังมีเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดซึ่งถ้าหากใครสนใจก็สามารถที่จะศึกษาข้อมูลตามหนังสือวิทยาศาสตร์ได้เพราะเรื่องราวเหล่านี้นั้นผู้ที่หาคำตอบได้นั่นก็คือนักวิทยาศาสตร์นั่นเอง
สนับสนุนเนื้อหาจาก ufabet เว็บแม่
3
ธ.ค.
2023
การเกิดหลุมอุกกาบาต สำหรับในบทความนี้เราจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดหลุมอุกกาบาตกรณีที่อุกกาบาตนั้นได้มีการพุ่งชนดาวเคราะห์ต่างๆหรือแม้แต่การพุ่งชนดวงจันทร์หรือการพุ่งชนโลกก็ตามลักษณะของการพุ่งชนของอุกกาบาตนั้นจะทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตในลักษณะไหนได้บ้าง

สำหรับการพุ่งชนของอุกกาบาตนั้นจะเกิดหลุมอุกกาบาตแบบเต็มรูปแบบใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น
อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นหลุมอุกกาบาตเกิดขึ้นหลังจากการชนไม่กี่วินาทีและปล่อยพลังงานมหาศาลเทียบเท่าหรือมากกว่าแรงของระเบิดนิวเคลียร์ดังนั้นการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดเล็กก็จะเกิดหลุมคล้ายกับชามแต่สำหรับการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่นั้น จะทำให้เกิดหลุมรูปร่างซับซ้อนที่มีใจกลางเป็นเนินเขาหรือที่ราบขั้นบันไดเกิดขึ้นเลยทีเดียว
สำหรับลักษณะของการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่นั้นเมื่ออุกกาบาตพุ่งชนดวงจันทร์ก็จะเกิดแรงดันมหาศาลหลังจากนั้นก็จะมีการส่งคลื่นกระแทกทำลายล้างบนชั้นหินของพื้นผิวของดวงจันทร์ซึ่งหลังจากนั้นก็จะเกิดหลุมอุกกาบาตชั่วคราวเกิดขึ้นโดยเร็วๆนี้จะมีพลังงานที่ออกมาจากการกระแทกทำให้อุกกาบาตและพื้นผิวที่เป็นหินแตกออกระเหยกลายเป็นไอซึ่งเศษซากต่างๆเหล่านี้ก็จะมีการกระจัดกระจายออกเป็นสารอัคนีรูปกรวยเกิดเป็นหลุมอุกกาบาตลึกลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น
อย่างไรก็ตามหลังจากที่หลวงปู่บาดลึกลงทะเบียนชั่วคราวเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นไม่นานก็จะมีการยุบตัวและคืนรูป
โดยเกิดจากแรงมหาศาลที่เกิดจากการชนสามารถทำให้หินถูกบดและไหลเหมือนของเหลวเพิ่มหลุมก็จะเกิดการยุบตัวและการคืนตัวเหมือนน้ำเกิดเป็นเนินเขาที่กลางหลุม หลังจากนั้นก็จะเกิดหลุมอุกกาบาตที่เสร็จสมบูรณ์ซึ่งหลังจากเกิดหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์มันจะคงรูปทรงไว้อย่างนั้นจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีเช่นการเกิดภูเขาไฟหรือหลุมอุกกาบาตที่เก่าแก่ก็มักจะมีหลุมอุกกาบาตใหม่ๆอยู่ภายในเป็นต้น
อย่างไรก็ตามเราสามารถยกตัวอย่างอุบาทว์ที่พุ่งชนโลกได้และเป็นหลุมขนาดใหญ่โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดเป็นหลุมอุกกาบาต badfinger หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า อุกกาบาต Meteor ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้มีการสันนิษฐานว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่แรกที่พบหลักฐานการพุ่งชนของอุปกรณ์อุกกาบาตบนพื้นผิวโลกโดยเกิดขึ้นที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งอุกาบาตดังกล่าวนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 กิโลเมตรและทางนักวิทยาศาสตร์ก็ได้มีการสำรวจพบแล้วว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 50,000 ปีที่แล้ว โดย อุกาบาตได้มีการพุ่งชนผิวโลกด้วยความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและจากการพุ่งชนในครั้งนั้นก็ได้มีการปล่อยพลังงานมากกว่าระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมะมากถึง 1000 เท่าอีกด้วย
สนับสนุนโดย ทางเข้า ufabet มือ ถือ
25
พ.ย.
2023
สำหรับใครที่ศึกษาเกี่ยวกับอวกาศมาจะรู้ดีว่าดาวเคราะห์น้อยรวมถึงดาวหางและอุกกาบาตโดยปกติแล้วสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้เคลื่อนที่ผ่านทางอวกาศด้วยความเร็วสูงดังนั้นพวกมันจึงมีพลังในการทำลายล้างสูงเช่นเดียวกันและเมื่อเกิดการพุ่งชนกับดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ขึ้นหินแข็งจะถูกทำลายทันทีและทิ้งร่องรอยที่เรียกว่าหลุมอุกกาบาตเอาไว้

อุกกาบาตกับการพุ่งชนดวงจันทร์ อย่างไรก็ตามจากการค้นคว้าข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์พบว่าการพุ่งชนทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตบนพื้นผิวของดาวเคราะห์หินและดวงจันทร์
จำนวนนับไม่ถ้วนดังนั้นดวงจันทร์จึงมีหลุมอุกกาบาตเป็นจำนวนมากและด้วยสภาพแวดล้อมทำให้หลุมอุกกาบาตยังคงสภาพเดิมมาได้หลายพันล้านปีต่างกับโรคที่พบหลุมอุกกาบาตไม่มากนัก
นอกจากนี้ลูกละบาทจำนวนมากบนดวงจันทร์เกิดขึ้นในช่วงแรกของการมีระบบสุริยะตอนที่ดาวเคราะห์ชั้นในระเบิดจากอุกาบาตที่พุ่งชนเนื่องจากพื้นผิวโลกเกิดการกร่อนและมีแรงอื่นมากระทำตลอดเวลา อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าปัจจุบันการพุ่งชนของอุกกาบาตเกิดขึ้นได้ยากแต่ถึงอย่างไรโลกของเราก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการพุ่งชนอยู่มากเช่นเดียวกัน
สำหรับการพุ่งชนดวงจันทร์นั้นแรงระเบิดของการพุ่งชนของอุกกาบาตไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียวแต่มันขึ้นอยู่กับความเร็วของอุกกาบาตด้วยซึ่งโดยปกติแล้วอุกาบาตจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอยู่ที่ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงดังนั้นเมื่อมันชนกับวัตถุอย่างดวงจันทร์จึงทำให้เกิดพลังงานจนมากถึง 1000 เท่า
ของก้อนหินขนาดเดียวกันที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของรถยนต์ซึ่งการที่อุกกาบาตพุ่งชนพลังงานจนมหาศาลก็จะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนทำให้หินในบริเวณที่ถูกชนละลายหรือระเหยกลายเป็นแก๊สทันทีนั่นเอง
อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วบริเวณที่เกิดการพุ่งชนจะละลายไปและทิ้งไว้เพียงแค่ร่องรอยของแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของอุกกาบาตเช่นแร่ธาตุโซเดียมในบริเวณที่มันพุ่งชนเท่านั้น นอกจากนี้บริเวณชั้นใต้ฝุ่นของพื้นผิวของดวงจันทร์ก็จะพบว่าจะมีชั้นหินที่แตกร้าวจากการพุ่งชนของอุกกาบาต
อีกด้วยอย่างไรก็ตามจากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการสำรวจเกี่ยวกับดวงจันทร์จะพบว่าพื้นผิวของดวงจันทร์นั้นจะถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละเอียดหนาเป็นชั้นๆที่เกิดจากการพุ่งชนเป็นพันๆครั้งจากอุกกาบาตนั่นเองซึ่งถึงแม้ว่าอุกกาบาตจะมีขนาดเล็กแต่การพุ่งชนของมันแต่ละครั้งก็จะทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตซึ่งมีลักษณะรูปร่างคล้ายกับชามโดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณไม่เกิน 4 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตามอย่างที่รู้กันดีว่าอุกาบาตนั้นไม่ได้มีการพุ่งชนเฉพาะแค่ดวงจันทร์เท่านั้นแต่มันยังพุ่งชนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆมากมายรวมถึงโลกเองก็เคยถูกอุกกาบาตพุ่งชนเช่นเดียวกัน
สนับสนุนโดย สล็อต ufabet เว็บตรง
22
พ.ย.
2023

การพุ่งชนของอุกกาบาต สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของดาวพุธที่ถูกอุกกาบาตพุ่งชน
โดยสังเกตให้เห็นได้ว่าถ้าหากมีการลงไปสำรวจพื้นผิวของดาวพุธนั้นจะเห็นได้ว่าบนพื้นผิวของดาวพุธนั้นจะมีหลุมมีบ่อทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมากและถ้าหากว่ามีการตรวจเกี่ยวกับอุกกาบาตตอนนี้ก็จะเห็นได้ว่าแต่ละกลุ่มนั้นมีระยะเวลาที่แตกต่างกันบางกลุ่มนั้นอายุมากกว่าหลายร้อยล้านปีเราก็มี
อย่างที่เรารู้กันดีว่าดาวพุธนั้นมีก๊าซและฝุ่นละอองต่างต่างเยอะแยะมากมายนอกจากนี้สิ่งที่โดดเด่นมากๆที่เราจะสามารถมองเห็นได้จากดาวพุธนั่นก็คือบนดาวพุธนั้นจะมีเนินคล้ายกับหน้าผาซึ่งเป็นลักษณะของหน้าผาขนาดยาวซึ่งมันมีการก่อตัวขึ้นมานานหลายพันล้านปีมาแล้วโดยถ้าผ่านนี้มีความทอดยาวและคดเคี้ยวและสูงชันเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีการเกิดเป็นร่องลึกซึ่งจากการวิเคราะห์นั้นก็คือการยืดและหดตัวของหินบนดาวพุธ
เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่หนาวจัดและร้อนจัดนั่นเองอย่างไรก็ตามประเด็นที่เราจะพูดถึงกันในครั้งนี้ก็คือลักษณะของพื้นผิวของดาวพุธที่เรามีการระบุว่ามีลักษณะของผิวขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อเพราะถูกอุกกาบาตพุ่งชนแล้วจะมาพูดถึงลักษณะของอุกกาบาตที่มีการพุ่งชนผิวของดาวพุธ ทางเข้า gclub มือถือ โดยเราจะเห็นเป็นลักษณะเป็นแอ่ง ซึ่งแอ่งดังกล่าวนั้นนักวิทยาศาสตร์เรียกว่าแอ่งแคลอริส
สำหรับแอ่งแคลอริส นั้นหากมองดูจะเห็นได้ว่าเป็นสีดำที่ไม่ใช่ดำสนิท เป็นสีกระดำกระด่าง แอ่งแคลอริส เป็นหลุมที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดบนดาวพุธเลยก็ว่า ซึ่งหลุมนี้ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ซึ่งมีการประมาณคาดการณ์กันว่าหลุมดังกล่าวน่าจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1550 กิโลเมตรเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามการพุ่งชนของอุกกาบาตในแต่ละครั้งจะมีการรุนแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งครั้งที่เป็นแอ่งแคลอริส นั้นมีการพุ่งชนที่รุนแรงมาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าความรุนแรงนั้นถึงขนาดที่ว่าเศษซากของอุกกาบาตกระเด็นไปไกลถึงหนึ่งพันกิโลเมตร ซึ่งมีวัดจากปากหลุมยังไงก็ตามนักวิทยาศาสตร์มีแนวความคิดว่าคลื่นกระแทก
จากการชนของอุกกาบาตที่ชนไปยังดาวพุธนั้นมีทิศมีกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทางแต่หลังจากที่กระจัดกระจายกันแล้วก็จะมาบรรจบกันที่บริเวณหน้าผาบนดาวพุธทำให้ตรงบริเวณจุดนี้จะเกิดเป็นเนินเขาขึ้นซึ่งมีรูปร่างลักษณะที่ค่อนข้างแปลกประหลาดมากเลยทีเดียว