วิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์แตกต่างกันอย่างไร

วิทยาศาสตร์ คือ กระบวนการที่เกิดจากรูปแบบของการสืบค้นข้อมูลหรือข้อเท็จจริงจนเป็นที่ถ่องแท้ในผลของสิ่งที่เกิดขึ้น  ซึ่งในปัจจุบันสรุปได้ว่าวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นจากการพิสูจน์ของสมมติฐานที่ตั้งขึ้นมาแล้ว ค้นหาข้อเท็จจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วสรุปเป็นสิ่งที่ค้นพบออกมาในรูปของทฤษฎีบทหรือกฎอะไรประมาณนั้น

ไสยศาสตร์  คือ วิชาทางไสย  เป็นสิ่งที่เกิดจากเวทมนต์คาถาแหล่งที่มาจากศาสนาพราหมณ์  จากคัมภีร์พระเวทในส่วนของอรรถเวท ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่เกิดสิริมงคล  สามารถป้องกันอันตรายต่อตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ปัจจุบันการที่จะพิสูจน์หาข้อเท็จจริงบางสิ่งบางอย่างที่ยากต่อการพิสูจน์ในส่วนของสิ่งเล้นลับ  ไม่ว่าจะเป็นชาติภพหรือห่วงเวลา

ในวิถีของโลกกับภพภูมิอื่นที่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังมีสมมุติฐานที่สอดรับและขัดแย้งต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ปรากฎการณ์เมอบิวด้า  หรือที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมปีศาจ ที่มีการกล่าวอ้างถึงกาหายสาบสูญของวัตถุมากมาย เช่น เรือเดินสมุทร หรือแม้กระทั่งอากาศยานมากมาย ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเหตุหรือธรรมชาติ  และมีบางเหตุการณ์ที่เป็นสิ่งเล้นลับยากที่วิทยาศาสตร์จะตอบคำถามในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การมองเห็นอนาคตก่อนเวลาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันหรือแม้กระทั่งการระลึกชาติได้ ก็เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นหาคำตอบว่า  เหตุไฉนมนุษย์จึงมีเรื่องราวเกิดขึ้นได้  

มีนักวิจัยหลายๆ คนได้สรุปข้อค้นพบจากผู้รู้และนักปราชญ์มากมายได้ดังนี้ 

วิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นคู่กันและจะปรากฏ อยู่ใน 2 มิติคู่ขนาน  บางครั้งแทบจะแยกไม่ออกว่าเรื่องใดเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ และเรื่องใดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไสยศาสตร์  ดังจะเห็นได้จากวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่เกิดมาด้วยวัฎจักรของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่การดำรงตนอยู่ในสังคมรอบด้านย่อมต้องมีเรื่องของไสยศาสตร์และความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เกิดจนตาย

ปัจจุบันสื่อเทคโนโลยีด้านการสื่อสารไม่ว่าจะรับรู้ทางโทรทัศน์เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ

และคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการผลักดันให้สังคมมนุษย์เกิดการรับรู้ด้านไสยศาสตร์เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะโทรทัศน์  ในปัจจุบันมีการเสนอข่าวที่เป็นแรงจูงใจให้กับประชาชนเข้ามาพึ่งไสยศาสตร์ เกิดการบูชาสิ่งเล้นลับเพื่อโชคลาภตามวิถีของศาสนาพราหมณ์ตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งสิ่งที่เกิดการบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หากมันเกิดขึ้นจริงทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถจะหาข้อพิสูจน์อะไรออกมาเป็นรูปธรรมอะไรได้เลย  ดังนั้น เราทั้งหมดจึงตอบคำถามในใจของเราเองเสมอมาว่า วิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์ในสังคมไทย มันอยู่คู่กันเสมอมา ด้วยคำโบราณที่ว่า พระจันทร์คู่กับดวงดาวฉันใด วิทยาศาสตร์ก็คู่กับไสยศาสตร์ฉันนั่นเอย 

Comments are closed.